สงครามหม้อสุกี้เป็นเหตุ ‘MK-ตี๋น้อย’ กอดคอ ‘กำไรร่วง’ จับตาเร่งไฟสู้ต่อหรือพอแค่นี้
ศึกสงครามราคาสุกี้แบรนด์ดัง ทั้ง MK สุกี้ตี๋น้อย ที่ออกหมัดสู้กันมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าประโยชน์จะตกไปอยู่กับฝั่ง“ผู้บริโภค”ที่ได้กินบุฟเฟต์ในราคาที่ย่อมเยาไม่ถึง 300 บาท แต่สุดท้ายก็เจ็บทั้งคู่ กับผลประกอบการไตรมาส 3 ล่าสุดที่“กำไร”ลดลงอย่างชัดเจน
แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา คนประหยัดในการกินข้าวนอกบ้าน แต่ปฏิเสธไม่ว่าส่วนหนึ่งมากจาก “การห้ำหั่นราคา” และออกโปรโมชั่นกันแบบไม่มีใครยอมใคร เพื่อดึงลูกค้าเก่ากลับมากินซ้ำ
เมื่อพลิกดูกำไรฝั่งพี่ใหญ่ MK มีกำไรสุทธิ 9 เดือน อยู่ที่ 735 ล้านบาท ลดลง ถึง 32.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ทำได้ 1,088 ล้านบาท แต่หากเจาะเฉพาะไตรมาส3 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 226 ล้านบาท ลดลง 33.7% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าที่ทำได้ 341 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม MK กรุ๊ป แจกแจงผลประกอบการว่าหลังจาก MK ส่งบุฟเฟต์ลุยตลาด ทั้ง “MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” และ “MK Premium Buffet” ส่งผลให้ยอดขายรวม ไตรมาส 3 ปี 2568 เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยมีเทรนด์การเติบโตขึ้นต่อเนื่องในทุกไตรมาสตั้งแต่ต้นปี ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาพรวมของกลุ่มในปีนี้
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อโดยรวมจะชะลอตัว แต่ไตรมาส 3 ยังสามารถดันยอดขายรวมอยู่ที่3,884 ล้านบาท เติบโต 5.5% จากปีก่อนหน้า และยังสามารถทำยอดขายรวมได้สูงกว่าไตรมาส 2 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของปีอีกด้วย
ทั้งนี้สัดส่วนรายได้กว่า 72% มาจากแบรนด์ MK Restaurants โดยมี “MK บุฟเฟต์” เป็นตัวผลักดันสำคัญของการเติบโต
ขณะที่ยอดขายสาขาเดิม เติบโต 5.4%สะท้อนพลังของแบรนด์ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท ได้มีการปรับเป็นเวอร์ชั่น 2 เพิ่มเมนูใหม่ และยังสามารถเพิ่มเมนูกุ้งสด MK ได้ด้วย ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิมในเดือนกันยายน เติบโตสูงถึง 12%
ขณะเดียวกัน “โบนัส สุกี้” แบรนด์สุกี้น้องใหม่ในเครือ ยังขยายสาขาอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน 2568 นี้ จะมีการเปิดเพิ่มอีก 12สาขา รวมทั้งหมดเป็น 13 สาขา ภายในระยะเวลา 4 เดือน
พร้อมกับมองว่าช่วงปลายปีนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการเร่งยอดขายต่อเนื่อง โดยเตรียมขยายสาขา โบนัส สุกี้ เพิ่ม พร้อมออกแคมเปญส่งท้ายปีกับ MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท ที่เพิ่มโปรโมชั่นใหม่ เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตของธุรกิจบุฟเฟต์ให้ทะลุเป้า
ด้าน “สุกี้ตี๋น้อย” ดำเนินการโดยบริษัท บีเอ็นเอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ปัจจุบันมี JMART ถือหุ้นอยู่ 30% ล่าสุด JMART ประกาศผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2568 โดยระบุถึง “สุกี้ตี๋น้อย” ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2568 มีสาขาสุกี้ตี๋น้อยทั้งหมด 86 สาขา ตี๋น้อยBBQ บุฟเฟต์ปิ้งย่าง 7 สาขา และตี๋น้อยโกลด์ บุฟเฟต์พรีเมียม 1 สาขา รวมทั้งหมด 96 สาขา
พร้อมระบุว่า 9 เดือน มีผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 803 ล้านบาท ลดลง 9.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ทำได้ 890 ล้านบาท โดย JMART ได้รับส่วนแบ่งตามสัดส่วนการถือหุ้น 30% อยู่ที่ 241 ล้านบาท
จากนั้น“เพจสุกี้ตี๋น้อย” ก็ออกมาโพสต์ว่า JMART! ตี๋น้อยขอโทษ กำไรลดลงจากปีก่อนราว 30% แต่พี่เฟิร์น (CEO) ขอบคุณลูกค้า& FC ด้วยการแจกฟรีลด 50% Q4 ขอจัดโปรฉ่ำๆ นะคะ
แม้ว่า“กำไร”ลดลง แต่ยอดขายของ”สุกี้ตี๋น้อย” มาไกล ทะลุเป้าหมาย 8,000 ล้านบาทแล้ว
ก่อนหน้านี้ “นัทธมน พิศาลกิจวนิช” กรรมการผู้จัดการ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด (BNN) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “สุกี้ตี๋น้อย” ตั้งเป้าปี 2568 จะมียอดขายแตะ 9,000 ล้านบาทและ 10,000 ล้านบาทในปี 2569
ส่วนจะไปถึงเป้าหมายหรือไม่ คงต้องลุ้น
เมื่อสงครามราคาเป็นเหตุ จนกำไรหดกันถ้วนหน้า คงต้องจับตา “MK-สุกี้ตี๋น้อย” จะถอยหรือพลิกเกมสู้กันต่อ!

