หน้าแรก เศรษฐกิจ วีบูลล์ รุกตล...

วีบูลล์ รุกตลาดทุน เพิ่มฟีเจอร์ซื้อขายหุ้นสหรัฐ-ไทย ชี้ปี 69 แนวโน้มยังผันผวนแถมท้าทาย

14.11.25 | 01:20 น.

วีบูลล์ รุกตลาดทุน เพิ่มฟีเจอร์ซื้อขายหุ้นสหรัฐ-ไทย ชี้ปี 69 แนวโน้มยังผันผวนแถมท้าทาย

นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในปี 2569 ยังเต็มไปด้วยความท้าย และความผันผวนของตลาดทุน บริษัทในฐานะเจ้าของแพลตฟอร์มซื้อขาย (เทรด) หุ้นออนไลน์ Webull จึงได้เปิดตัวสิทธิประโยชน์ใหม่ สุดพิเศษอย่าง “Webull Prime” เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (Asset Under Management หรือ AUM) มูลค่ารวมกันมากกว่า 300,000 เหรียญสหรัฐต่อหนึ่งบัญชี ซึ่งภายในแพลตฟอร์มนี้ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า อาทิ พัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ใช้งานง่ายและใช้ได้ในหลายประเทศมากขึ้น ออกแบบหน้าตาให้เป็นสากล จากที่เดิมก็ใช้งานง่ายอยู่แล้ว แต่บริษัทมีการสำรวจความต้องการของลูกค้า และพัฒนาการใช้งานให้ตอบโจทย์มากที่สุด

“การเปิดตัว Webull Prime ในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การลงทุน และตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายใหญ่ของเรา ผ่านสิทธิประโยชน์ และบริการต่างๆ ที่ทาง Webull พร้อมมอบให้ โดยหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวก ไปพร้อมกับการช่วยเสริมความมั่งคั่งทางการลงทุน ให้กับทั้งกลุ่มลูกค้าระดับสูง และกลุ่มลูกค้าทั่วไป ในอนาคตระยะยาว” นายชลเดช กล่าว

นายชลเดช กล่าวว่า ปัจจุบัน Webull มีฐานลูกค้าที่ลงทะเบียนใช้งานประมาณ 1 ล้านคน เป็นบัญชีที่มีการเคลื่อนไหวซื้อขายประจำประมาณ 30% หรือประมาณ 3 แสนราย โดยเป้าหมายของบริษัทต้องการผลักดันให้สินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (เอยูเอ็ม) ที่มีประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 6,000 ล้านบาทในปัจจุบัน ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 9,000 ล้านบาท และภายในปี 2569 มีเป้าหมายในการขยายเอยูเอ็มเพิ่มเป็น 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 30,000 ล้านบาท

นายชลเดช กล่าวว่า แผนการดำเนินของบริษัทที่ให้บริการทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ ได้เตรียมเพิ่มหุ้นฮ่องกงและหุ้นจีน คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปลายปีนี้ เนื่องจากหุ้นทั้ง 2 ตลาดดังกล่าว โดยจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่าหุ้นต่างประเทศที่คนไทยมีการลงทุนสูงสุด ได้แก่ หุ้นสหรัฐ 60-80% ฮ่องกง และจีน รวมอีก 20% จากนั้นอาจทยอยเพิ่มตลาดอื่นๆ ที่มีใบอนุญาต อาทิ กลุ่มประเทศอียู (เนื่องจากมีหุ้นแฟชั่นมาก) และญี่ปุ่น (เช่น Sony, Toyota) ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า โดยจะเพิ่มการให้บริการลูกค้าผ่านการพาเดินทางออกไปเยี่ยมตลาดทุนในต่างประเทศที่ลูกค้าต้องการด้วย โดยเฉพาะประเทศที่เดินทางไปไม่ง่าย

Advertisement

นายชลเดช กล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทย ประเมินว่าในปัจจุบันแนวโน้มในการปรับลดลง (ดาวน์ไซด์) มีอย่างจำกัดแล้ว โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ แต่หุ้นไทยถือว่ามีผลตอบแทนผ่านปันผลที่อยู่ระดับสูง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร ที่มีปันผลสูงถึง 8% จึงมองว่าเป็นเรื่องยากที่ราคาจะลงไปอีกครึ่งหนึ่งจากปัจจุบัน และหากเทียบกับอัตราดอกเบี้ยแล้วถือว่ามีความน่าสนใจกว่าในการลงทุนระยะยาว จึงให้บริการซื้อขายหุ้นไทยด้วย โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้ของบริษัทจะมาจากค่าคอมมิชชันของหุ้นไทยจะอยู่ที่ไม่เกิน 30% ของรายได้รวมทั้งหมด ส่วนอีก 70% จะยังคงมาจากต่างประเทศอย่างสหรัฐเป็นหลัก

นายชลเดช กล่าวว่า ภายในงานอีเวนต์สุดพิเศษครั้งนี้ ทาง Webull ได้มีการประกาศถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับลูกค้ากลุ่ม Webull Prime อาทิ การได้รับบริการแบบวีไอพี การเข้าถึงงานสัมมนาสุดพิเศษ (Alpha Invest Club) การได้สิทธิ์เข้าพบผู้บริหารและเยี่ยมชมบริษัทชั้นนำในต่างประเทศ และการได้สิทธิ์ซื้อขายในสหรัฐฯ ด้วยราคาสุดพิเศษ อีกทั้งภายในงานอิเวนต์ครั้งนี้ ได้มีการจัดเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีร่วมกับกลุ่มลูกค้าที่ได้รับเชิญ รวมถึงการจัดบรรยายเสวนาจากวิทยากรรับเชิญ ในระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมการลงทุน พร้อมกับพันธมิตรหลัก และผู้บริหาร Webull ประเทศไทย ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การลงทุนระดับสูง หรือต้องการเข้าถึงการลงทุนแบบครบทุกมิติ ผ่านฟีเชอร์สุดพิเศษต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อนักลงทุนไทย สำหรับการเทรดหุ้นสหรัฐฯ หุ้นไทย กองทุน ETFs หรือสัญญาออปชัน ก็สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Webull Thailand เพื่อเข้าถึงแพลตฟอร์มการลงทุนระดับโลกได้แล้ววันนี้ ทั้งบน AppStore และ PlayStore โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.webull.co.th และเพจ www.facebook.com/WebullThai