ม.หอค้าไทย กางปัจจัยดันเศรษฐกิจปี’69 โตต่อ เกิน 2% จับตา ‘เงินหาเสียง’ พุ่งแตะ 5 หมื่นล้าน
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไตรมาส 4 ปีนี้มีหลายปัจจจัยหนุนให้ขยายตัวดีกว่าคาดการณ์ โดยศูนย์พยากรณ์คาดการณ์น่าจะขยายตัวได้ 0.8-1.0% จากเดิมคาดไว้ 0.6% ส่วนไตรมาส 3 คาดขยายตัว 1.5-2.0% ส่งผลให้ครึ่งปีหลัง 2568 ขยายตัว 1.1-1.5% และทั้งปี 2568 ขยายตัว 2.2% ในกรอบ 2.0-2.5% ปัจจัยหลักต่อการเพิ่มจีดีพี คือโครงการคนละครึ่งพลัส เฟสแรก จะมีเงินลงระบบเศรษฐกิจประมาณ 1 แสนล้านบาท ช่วยกระตุ้นใช้จ่ายและดันความเชื่อมั่นการใช้จ่ายของประชาชน ฟื้นรายได้การค้ารายย่อย รวมถึงมาตรการกระตุ้นเที่ยวเมืองรองเมืองหลักอีก 5 หมื่นล้านบาท แผนกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และกิจกรรมเคาต์ดาวน์และฉลองปีใหม่ อีกหลายหมื่นล้านบาท
นายธนวรรธน์กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจปี 2569 ยังประเมินได้ยาก เพราะเป็นรอยต่อจากการยุบสภา สุญญากาศช่วงการเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ คาดใช้เวลา 60 วัน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเฟสต่อไปก่อนยุบสภา ประกอบกับความกังวลต่อปัจจัยเดิมๆ ทั้งความกังวลสงครามการค้าสหรัฐกับจีน ผลการเจรจาภาษีทรัมป์ซึ่งตอนนี้ยังไม่ชัดเจนอยู่ในขั้นตอนใดและมีกระทบแค่ไหน ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และน้ำท่วมที่คาดกว่ากระทบจีดีพี 0.2% ต่อไตรมาส และมาตรการคนละครึ่งพลัส เฟสสอง จะเป็นรูปแบบใด ซึ่งขึ้นกับงบประมาณของรัฐด้วยว่าเฟสสองจะได้ 4 พันบาทครบทุกคน หรือให้เฉพาะกลุ่มตกหล่น และเพิ่มอีกจำนวนให้กับกลุ่มเฟสแรก ต้องดูสูตรเฟสสองว่าเป็นอย่างไร แต่เพื่อส่งไม้ต่อให้เศรษฐกิจไตรมาสแรกปีหน้า 2569 ขยายตัวต่อจากไตรมาส 4 ปีนี้ ควรคงจำนวนเงินไม่ต่ำกว่าเฟสแรก พร้อมกับเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ จ้างงานตามสัญญา
“ที่น่าจับตาคือเงินหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้จะเป็นการเปลี่ยนโครงการพรรคจัดตั้งรัฐบาลและบริหารประเทศต่างจากเดิม คาดว่าเงินหาเสียงจะสูงมากแตะ 4-5 หมื่นล้านบาท สูงกว่าปกติใช้จ่าย 3-4 หมื่นล้านบาท และแรงตุนจากมาตรการกระตุ้นปีใหม่ รวมถึงหลังตั้งรัฐบาลใหม่เชื่อว่าจะเร่งเติมเงินกระตุ้นจีดีพี ทางศูนย์พยากรณ์ฯจึงประเมินเศรษฐกิจปี 2569 ขยายตัวเกิน 2% ขณะที่หลายหน่วยงานมองว่าเศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวย่อกว่าปีนี้ แต่แย่สุดก็ขยายตัว 1.6%” นายธนวรรธน์กล่าว

