หน้าแรก เศรษฐกิจ นักวิชาการ เต...

นักวิชาการ เตือน สหรัฐระงับเจรจาภาษีมีผลกระทบ แนะ ต้องบาลานซ์ อธิปไตย-การค้า

16.11.25 | 10:55 น.

นักวิชาการ เตือน สหรัฐระงับเจรจาภาษีมีผลกระทบ แนะ ต้องบาลานซ์ อธิปไตย-การค้า

นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เปิดเผยกับ มติชน ถึง กรณีสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ประกาศระงับการเจรจาด้านอัตราภาษีการค้าทวิภาคีระหว่างไทย-สหรัฐ จนกว่าไทยจะกลับมาปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา (Joint Declaration) ในประเด็นการหยุดยิงและยุติความขัดแย้งชายแดน ว่า แม้จะรัฐบาลหรือหลายฝ่ายจะบอกว่าประเด็นดังกล่าวยังคงไม่กระทบภาษีสหรัฐฯ 19% แต่จากมุมมองของตน เรื่องนี้มีผลกระทบแน่นอน

นายสมชาย กล่าวว่า ยอมรับว่าไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่สหรัฐฯจะใช้วิธีนี้กดดันเพราะการที่สหรัฐฯ เชื่อมโยงประเด็นการเจรจาสันติภาพและการค้าระหว่างประเทศเข้าด้วยกันนั้น เป็นการแสดงออกที่ส่งสัญญาณกระทบต่อการค้าในตัวเองอยู่แล้ว และ ตนเคยเตือนล่วงหน้าว่าการตัดสินใจของรัฐบาลที่มีการสื่อสารถ้อยคำที่เพื่อสร้างภาพลักษณ์ด้านอธิปไตยเช่นนี้มีแนวโน้มจะกระทบต่อการค้าและการทูตของไทยแน่นอน

นายสมชาย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมจากนี้ไม่ใช่การละเลยหรือเลือกดำเนินมาตรการใดมาตรการหนึ่งเพียงด้านเดียว แต่ต้องพิจารณา ทั้งสองด้านควบคู่กัน ได้แก่ ความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ กับ การเจรจาด้านการค้า และทั้งสองเรื่องต้องเดินคู่กันอย่างสมดุล ย้ำว่าการรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนยังคงเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลที่ต้องปฏิบัติต่อ นายสมชาย กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ การสื่อสารไปยังสหรัฐฯและมาเลเซีย รวมถึงประชาคมโลก ว่าไทยยังคงเคารพต่อข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่ต้องให้ฝ่ายตรงข้ามปฏิบัติตามข้อตกลงด้วย ไม่ละเมิดกติกา และ การเจรจาด้านการค้าก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะสหรัฐฯเป็นตลาดใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังขยายตัว การละเลยตลาดสหรัฐฯอาจทำให้เสียโอกาสด้านการค้าและรายได้มหาศาล ซึ่งตลาดสหรัฐมีสัดส่วนเกือบ 20% ของ GDP ไทย

นายสมชาย กล่าวว่า ย้ำว่า การเจรจาในยุคที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจทางนโยบายต่างประเทศ ดังนั้น รัฐบาลไทยต้องพิจารณาทั้ง เนื้อหาและท่าที ของประธานาธิบดีทรัมป์ เนื่องจากนโยบายและการตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์ขึ้นอยู่กับทั้งอุดมการณ์และอารมณ์ความพอใจส่วนตัว ย้ำว่า การใช้ ท่าทีและคำพูดในการเจรจาทางการทูต ให้เหมาะสมทุกขั้นตอนระมัดระวังและชัดเจน จะช่วยสร้างความเกรงใจและป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นจากสื่อและโซเชียลมีเดีย และ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยงจากการตีความผิดของฝ่ายตรงข้าม และ อีกข้อเสนอแนะคือ กระทรวงพาณิชย์ ควรพิจารณาช่องทางการค้าและสินค้าที่สหรัฐขาดแคลน เช่น สินค้าด้านภาคการเกษตร อาทิ กล้วยหอม เพื่อเจรจาเป็นข้อเสนอรองรับการค้าขยายตลาด

Advertisement

นายสมชาย กล่าวว่า ทั้งนี้ อย่างที่กล่าวไปว่าการตัดสินใจของทรัมป์ขึ้นอยู่กับ อารมณ์และความพอใจไม่พอใจ เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นกับประเทศอินเดีย ที่เคยถูกสหรัฐฯ ขึ้นภาษีตอบโต้หลังจากเกิดความไม่พอใจเรื่องของประเด็นน้ำมัน ดังนั้นจากนี้ต่อไป รัฐบาลรวมถึง ผู้นำของไทย จะต้องระมัดระวังการสื่อสารเพิ่มขึ้นิแม้ที่ผ่านมาถ้อยคำที่ว่า “หากมีปัญหากับอเมริกา เราก็มีตลาดอื่น” จะไม่ได้ผิดพลาดร้ายแรงและเป็นการสื่อถึงการปกป้องประเทศไทย แต่ส่วนนี้ต้องระวังการ ถูกตีความ”ในระดับสากล ซึ่งอาจทำให้ถูกมองว่าเป็นการ ลดความสำคัญของตลาดอเมริกาและส่งผลลบต่อการเจรจาได้