หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนชง 6 นโย...

เอกชนชง 6 นโยบาย จัดทำแผนไฟฟ้าฉบับใหม่ ลดค่าไฟ เพิ่มขีดแข่งขันประเทศที่กำลังโดนทิ้งห่าง

17.11.25 | 14:04 น.

เอกชนชง 6 นโยบาย จัดทำแผนไฟฟ้าฉบับใหม่ ลดค่าไฟ-เพิ่มขีดแข่งขันประเทศที่กำลังโดนทิ้งห่าง

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุเป็นความเห็นของประชาชนคนหนึ่งเกี่ยวกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) ว่า ควรผลักดันเป็น 6 นโยบาย ใน PDP ฉบับใหม่ โดยเติมพลังงานสะอาด ของประเทศ ที่มีราคาถูก แข่งขันได้ด้วยระบบ ที่โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ปลดล็อค กลไก เดิมๆ ที่ควรปฎิรูป เพื่อประเทศ

ต้องผ่าตัดต้นทุนพลังงานหมุนเวียนของประเทศ นำร่อง ด้วย พลังงานโซลาร์ และพลังงานลมที่มี ระบบสำรองไฟฟ้า (BESS) โดยหลักการก็คือต้นทุนค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ ภาครัฐควรมีนโยบายการจัดการให้ดีขึ้น ด้วยการใช้นโยบายลดต้นทุนเชิงรุกโดยมองประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง เหนือทุนพลังงานใดๆ

สำหรับ 6 ข้อเสนอ นโยบาย PDP ประกอบด้วย

1.ใช้ที่ดิน และแหล่งน้ำว่างเปล่าของภาครัฐให้เช่าในราคาต่ำ แทนการลงทุนเองโดยเอกชน เช่น ที่ดินของกรมธนารักษ์ และการรถไฟแห่งประเทศไทย สำหรับ Solar Farm และ Wind Turbine รวมถึงในอ่างเก็บน้ำ และเขื่อนต่างๆ สำหรับ Solar Floating โดยภาครัฐจัดหาที่ดิน และพื้นที่รองรับ โดยให้มีต้นทุนค่าเช่าตามอายุของโครงการ เช่น 25 ปี ในราคาต่ำ แทนการปล่อยว่างเปล่า

Advertisement

2.ใช้นโยบาย G2G ช่วยในการเจรจาจัดหา เครื่องจักรอุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ระบบสำรองไฟฟ้า (BESS) โดยการให้ภาครัฐร่วมกับภาคการศึกษาและ ประชาสังคมในการสร้างความร่วมมือระดับประเทศ อย่างโปร่งใส เพื่อให้ได้ราคาและเงื่อนไขดีที่สุดของประเทศไทย โดยภาครัฐจัดทำ MOU ความร่วมมือกับประเทศที่มีผู้ผลิตดังกล่าว เพื่อใช้เป็นราคาของประเทศไทย แทนการให้แต่ละบริษัทไปเจรจาจัดหาเอง ซึ่งอำนาจต่อรองน้อยกว่า แต่การทำสัญญาซื้อขายกับผู้ผลิตในต่างประเทศจะจัดทำโดยตรงกับเอกชนไทย/รัฐวิสาหกิจไทยที่ชนะการประกวดราคาเป็นแบบ B2B ซึ่งนิติกรรมไม่ต้องผ่านรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศ

3.ภาครัฐเปิดการประกวดราคาอย่างโปร่งใส โดยให้เอกชนและกลไกรัฐวิสาหกิจเข้ามาแข่งขันในการก่อสร้าง ติดตั้ง และดูแลการผลิตไฟฟ้าตลอดอายุโครงการอย่างเสรีและโปร่งใส โดยผู้มีราคาต่ำสุดคือผู้ชนะการประกวดราคา ไม่ใช่ใช้กำหนดราคาเป้าหมายอย่างที่ผ่านมา

4.ภาครัฐ ผลักดันให้สถาบันการเงิน มีส่วนร่วม ในการสนับสนุนต้นทุนการเงินที่ต่ำ และเหมาะสมกับเอกชนที่เข้ามาร่วมกันประกวดราคาอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อลดความแตกต่างระหว่างผู้ประกอบการมืออาชีพที่อาจมีต้นทุนทางการเงินที่ต่างกันระหว่าง SMEs และ LEs

5.ภาครัฐ ควรพิจารณาใช้นโยบาย และมาตรการต่างๆสนับสนุน โครงการนี้ เพื่อให้ต้นทุนของผู้ผลิตไฟฟ้า ส่งผ่านไปที่ต้นทุนค่าไฟฟ้าจอวประเทศถูกลง เช่น ส่งเสริมสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) ,ปลดล็อค Lead Time เรื่องใบอนุญาตต่างๆตลอดโครงการให้กระชับรวดเร็วมี Lead Time ที่สั้นที่สุด

6.ภาครัฐมีความกล้าหาญ และจริงใจในการเปิด Direct PPA นำร่อง โดยสนับสนุนอัตรา TPA ให้เหมาะสมเพื่อปลดล็อคการเปิดเสรีไฟฟ้าให้เป็นจริงไม่ใช่ทำเพียงพิธีกรรมว่าได้ทำแล้ว แต่ไร้ผลทางบวกต่อส่วนรวมของประเทศอย่างที่ผ่านมา

“6 เสนอดังกล่าวต้องการให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าซึ่งถือเป็น 1 ในสาธารณูปโภคพื้นฐานมีราคาต่ำที่สุด เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่นับวันยิ่งจะโดนคู่แข่งทิ้งห่างด้วยการลดไขมัน ลดส่วนเกินจากต้นทุนเดิมๆ ซึ่งแฝงเป็นมะเร็งร้ายอยู่มาตลอดหลายสิบปี” นายอิศเรศกล่าว