อัครเดช หนุน 50 ปีไทยจีน จัดสัมมนาเส้นทาง ผลักดันยุทธศาสตร์ไทย-จีน ปลื้มพระบารมีในหลวงเยือนจีนทำ 2 ประเทศใกล้ชิดลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่รัฐสภา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดสัมมนา “เส้นทางสู่ความทันสมัยด้านอุตสาหกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดยุทธศาสตร์การบริหารประเทศไทย-จีน” โดยมีตัวแทนจากสถานทูตจีนประจำประเทศไทย และหน่วยงานต่างๆ ทั้งจากไทยและจีน นิสิตนักศึกษา และประชาชนที่มีความสนใจเข้าร่วมฟังการบรรยาย
นายอัครเดช กล่าวว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ตลอดจนการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการผลักดันยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างไทยและจีน ในวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และความผูกพันทางวัฒนธรรมอันยาวนานระหว่าง 2 ประเทศ การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาค โดยการจัดสัมมนาในครั้งนี้ของคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรมสภาผู้แทนราษฎร ยังอยู่ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีเสด็จเยือนประเทศจีนตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยรัฐบาลจีนได้ถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติสูงสุด นำความปลาบปลื้มมายังประชาชนของทั้ง2 ประเทศได้ประจักษ์ในพระบารมีของทั้ง2 พระองค์ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของไทยจีน ใกล้ชิดลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
โดยในงานสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษถึงอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ ว่าถือเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นในยุคปัจจุบัน เนื่องจากการผลักดันนิคมอุตสาหกรรมของไทยให้มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และพัฒนาเป็นเทคโนโลยีสะอาดจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งการจัดสัมมนาเป็นสิ่งที่ดี เพื่อชี้แนะการพัฒนาอุตสาหกรรมทันสมัย เพื่อเป็นประโยชน์กับไทย โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ อันจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างงานและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ประชาชน
ขณะที่ นายอวี้ อิ่งฝู สำนักสารนิเทศต่างประเทศแห่งประเทศจีน หรือ CICG และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านทางวิดีทัศน์ โดยระบุว่าจากการพบกันระหว่างผู้นำทั้ง 2 ประเทศ สี จิ้นผิง ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันความร่วมมือระหว่างไทยและจีน และการที่จีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยมาอย่างยาวนาน เป็นสิ่งที่ยืนยันความผูกพันอันลึกซึ้งของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีน โดยในห้วงเวลานี้ ศักยภาพทางด้านการพัฒนาของจีนกำลังก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด ความก้าวหน้าอย่างมั่นคงนี้ของจีน จะไม่เป็นเพียงประโยชน์ต่อประเทศจีนเท่านั้น แต่จะเป็นประโยชน์ให้กับประชาคมโลก โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนาในการค้นหาเส้นทางสู่ความทันสมัย

