หน้าแรก เศรษฐกิจ ครม.เคาะ Upsk...

ครม.เคาะ Upskill-Reskill ร้านค้าคนละครึ่งพลัสเข้าอบรม รับเงินเพิ่ม 2,000 บาท เริ่ม 19 พ.ย.

18.11.25 | 17:13 น.

ครม.ไฟเขียว Upskill-Reskill ร้านค้าคนละครึ่งพลัสเข้าอบรม รับเงินเพิ่ม 2,000 บาท สมัครใช้เครื่องมือดิจิทัลของ depa ฟรี 19 พ.ย.–19 ธ.ค. นี้

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการคนละครึ่งพลัส คือการเพิ่มทักษะให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

โดยจะเพิ่มทักษะให้พ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการ 3 ด้าน ได้แก่ ทักษะด้านการขาย ขายยังไงให้ปัง และขายผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อทำให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น, ทักษะด้านการเงิน สอนให้ดูทักษะด้านต้นทุนการเงินและการตั้งราคาการขายเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น และทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการขาย เพื่อช่วยลดต้นทุน

““ผลตอบรับร้านค้าเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสดีมาก ล่าสุดมีกว่า 950,000 ร้านค้า ซึ่งอยากให้ผู้ขายพัฒนาทักษะทั้ง 3 ด้านที่กล่าวมา เพื่อให้ขายของให้ปัง ทำยังไงให้ต้นทุนถูกลง และกำไรได้เยอะขึ้น”

ขณะเดียวกัน ยังมีเครื่องมือดิจิทัลให้พ่อค้าแม่ค้าใช้ฟรี 6 เดือน ทั้งระบบบัญชีและข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าสามารถขอกู้เงินได้ผ่านธนาคารออมสิน โดยต้องไปเรียนรู้การทำบัญชี และสามารถขอกู้เงินผ่านธนาคารออมสินได้ รายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อจะได้ไม่ไปกู้นอกระบบ

Advertisement

นอกจากนี้ ธนาคารจับมือกับ 4 แพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Grab food, LINE MAN, Shopee และ Robinhood เพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ากู้เงิน ถือเป็นการส่งเสริมให้เข้าสู่ระบบสินเชื่อได้

ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการและให้เงินส่วนหนึ่งเป็นแรงจูงใจให้พ่อค้าแม่ค้าในการเรียนรู้การเพิ่มทักษะคนละไม่เกิน 2,000 บาท สามารถเพิ่ม Top Up ในยอดขายที่รัฐบาลจ่ายให้ ตัวอย่างเช่น มีคนมาซื้อของ 200 บาท รัฐบาลจ่ายให้ 100 และลูกค้าจ่ายให้ 100 บาท รัฐบาลก็จะเพิ่มให้อีก 20% ของ 100 บาท ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน-19 ธันวาคม 2568 ย้ำว่าผู้ที่จะได้รับสิทธิจะต้องไปเรียนเพิ่มทักษะทั้ง 3 ด้าน

สำหรับร้านค้าที่จะได้รับสิทธิมี 2 ส่วนคือ ร้านค้าที่อยู่ในระบบคนละครึ่งพลัส ซึ่งไม่ต้องทำอะไร พรุ่งนี้ (19 พ.ย. 68) สามารถไปเริ่มอบรมทักษะได้ทันที ผ่านทั้ง 4 แพลตฟอร์ม

ส่วนร้านค้าใหม่จำเป็นต้องลงทะเบียนก่อนที่เว็บไซต์คนละครึ่งพลัส แล้วจะมีการตรวจสอบความมีอยู่จริงของร้านค้าโดยกระทรวงมหาดไทย จากนั้นหากผ่านแล้วธนาคารกรุงไทยจะติดตั้งแอปพลิเคชั่นถุงเงินให้กับร้านค้าต่อไป ย้ำว่ามีเพียง 400,000 สิทธิเท่านั้นที่จะได้รับเงิน 2,000 บาท

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการ “คนละครึ่งพลัส” ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน แต่ยังออกแบบมาเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย ให้พร้อมแข่งขันในยุคดิจิทัล ผ่านกิจกรรม Reskill–Upskill และการสนับสนุนเครื่องมือดิจิทัลฟรีจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มาตรการนี้เปิดให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมสามารถ สมัครใช้งานผลิตภัณฑ์ดิจิทัลของ depa ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น ระบบบัญชีออนไลน์สำหรับร้านค้า, ระบบส่งเสริมการขายและจัดการลูกค้า, เครื่องมือบริหารสต๊อก, และ ระบบช่วยจัดการหลังร้าน และโซลูชันธุรกิจที่ขึ้นทะเบียนกับ depa โดยทั้งหมดออกแบบมาเพื่อช่วยร้านค้า บริหารต้นทุนได้ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการขาย และต่อยอดธุรกิจเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ได้ง่ายขึ้น ผู้ประกอบการสามารถสมัครใช้งานผลิตภัณฑ์ดิจิทัลได้ตั้งแต่ 19 พฤศจิกายน – 19 ธันวาคม 2568

รัฐบาลต้องการให้ร้านค้ารายย่อยได้ “เครื่องมือ” พร้อม “โอกาส” เพื่อยกระดับธุรกิจ โดยเฉพาะร้านอาหารและบริการที่ต้องแข่งขันสูงในยุคดิจิทัล มาตรการนี้จึงเป็นทั้งการช่วยลดต้นทุน และช่วยเพิ่มทักษะให้ผู้ประกอบการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

“คนละครึ่งพลัส ไม่ได้มีแค่เรื่องค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ยังเป็นการลงทุนกับอนาคตของร้านค้ารายย่อย ให้แข็งแรงขึ้น เข้าถึงลูกค้าใหม่ และก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ” นางสาวลลิดากล่าว