สหรัฐ-ยุโรป เลี่ยงซื้อสินค้าของขวัญ ปั๊มตราจีน ไทยส้มหล่น ออเดอร์ปีใหม่เพิ่ม ดันยอดส่งออกทั้งปี 7 หมื่นล้าน
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิากยน นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทยและประธานกิตติมศักดิ์สมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน เปิดเผยว่า บรรยากาศซื้อขายขวัญของชำร่วยก่อนเข้าเทศกาลปีใหม่ที่กำลังมาถึงมีสัญญาณดีกว่าปีก่อนและดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยอดซื้อขายในปัจจุบันและคำสั่งซื้อล่วงหน้า รวมทั้งตลาดประเทศและตลาดส่งออกมีอัตราเติบโตเกิน 10% จากหลายปีที่ผ่านมาโตหลักเดียว โดยในส่วนของตลาดส่งออก ตลาดสำคัญที่ขยายตัวดียังคงเป็นตลาดสหรัฐ ยุโรป ตามด้วยอาเซียนและเอเชีย คาดว่าทั้งปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 1,900 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณเกือบ 70,000 ล้านบาท
นายจิรบูลย์กล่าวว่า ขณะที่ตลาดในประเทศ ปีนี้ขยายตัวดีทั้งกลุ่มบริษัทและองค์กร กลุ่มที่ระลึกเพื่อการท่องที่ยว และกลุ่มบุคคลทั่วไป ซึ่งสมาพันธ์กำลังสำรวจความต้องการสินค้ายอดนิยมของซื้อเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ผลิตและจำหน่ายได้เตรียมสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค โดยแต่ละปีตลาดในประเทศจะมีมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท
“ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดกิฟต์ปีนี้ขยายตัวได้ถึงสองหลัก ทั้งที่ทั่วโลกเจอปัญหาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน สงครามระหว่างประเทศรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา สหรัฐเพิ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้า การเมืองในประเทศ ทั่วโลกกังวลเศรษฐกิจซึม กระทบต่อใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง แต่ด้วยไทยมีการปรับโครงสร้างกิฟต์และไลฟ์สไตล์มาช่วง 2 ปี โดยนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในการออกแบบและพัฒนาสินค้า จนตอบโจทย์ควมต้องการผู้ซื้อได้ตรงจุด สินค้าที่ออกสู่ตลาดในต่างประเทศจึงได้รับการยอมรับอย่างดี ทั้งงานหัตถกรรม งานไม้ ก็มีความทันสมัย ก็ได้รับความนิยม สั่งซื้อมากขึ้น อีกประเด็นคือหลายประเทศลดการซื้อสินค้าจีน และสินค้าอาเซียนจึงเป็นทางเลือก แม้ประเทศในอาเซียนก็ซื้อสินค้าไทยเพิ่ม อย่างเวียดนามขยายตัวดีมาก” นายจิรบูลย์กล่าว
นายจิรบูลย์กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการฟื้นประเทศไทยให้กลับมาเป็นศูนย์กลางค้าขายกิฟต์ระดับอาเซียน หลังจากเสียตลาดนี้ให้กับมาเลเซีย ดังนั้น 6 สมาคมสมาชิกในสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย ประกอบด้วย สมาคมเครื่องใช้ในครัวเรือนไทย สมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน สมาคมสินค้าตกแต่งบ้านและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ สมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย สมาคมเครื่องเขียนและเครื่องใช้สำนักงานไทย สมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ จะประกาศความร่วมกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ของฮ่องกงและเป็นผู้เชี่ยวชาญจัดงานแสดงกิฟต์และไลฟ์สไตล์รายใหญ่ โดยตั้งเป้าเป็นงานมหกรรมผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ระดับอาเซียน ซึ่งความร่วมมือครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2569 และจะจัดเป็นงานประจำปี
นายจิรบูลย์กล่าวว่า ทั้งนี้ เป็นการต่อยอดหลังจากสมาชิกสมาคมกิฟต์เข้าร่วมงานแสดงที่บริษัทนี้เข้ามาจัดงานไลฟ์สไตล์นานาชาติในไทยมาแล้ว3 ปี ซึ่งเป็นงานที่ขยายเท่าตัวต่อปี ทั้งจำนวนผู้ประกอบการออกบูธจากนานาประเทศ มีผู้นำเข้าจากทั่วโลกมาร่วมงานเกือบหมื่นคนในช่วงจัดงานเจรจาการค้าเพียง 3 วัน โดยสมาพันธ์จะเพิ่มจัดเป็น 4 วัน เพื่อให้คนทั่วไปซื้อในวันสุดท้ายได้ด้วย
“ก่อนหน้านี้ไทยเป็นศูนย์กลางแฟร์กิฟต์ เป็นที่รู้จักมากว่า 20 ปี และจัดมา 44 ครั้ง แต่ในปีนี้ทราบว่าหน่วยงานรัฐยกเลิกสนับสนุนกรจัดงาน ภาคเอกชนเลยจับมือฟื้นจัดมหกรรมซื้อขายต่อไป ซึ่งงานของขวัญของชำร่วยและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่จัดในไทยเคยสร้างรายได้ส่งออกกว่า 7-8 หมื่นล้านบาท บางปีถึง 9 หมื่นล้านบาท รวมกับการค้าในประเทศอีก 3 หมื่นล้านบาท รวมแลวอุตสาหกรรมนี้ทำเงินถึงกว่า 1 แสนล้านบาท พร้อมกันนี้สมาพันธ์จะฟื้นการสำรวจและทำดัชนีอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ไทยอีกครั้งในรอบ 6 ปี เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและศักยภาพอุตสาหกรรมกิฟต์และไลฟ์สไตล์ไทย คาดว่าจะแถลงต้นเดือนธันวาคม พร้อมกันนี้ สมาพันธ์เตรียมทำหนังสือถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อรายงานสถานการณ์ของอุตสาหกรรม การดำเนินครั้งนี้ถือว่าเป็นการเขย่าอุตสากรรมกว่าแสนล้านบาทให้ยั่งยืน และหวังทวงแชมป์ฮับอาซียน สู่ฮับเอเชียในอนาคต” นายจิรบูลย์กล่าว

