หน้าแรก เศรษฐกิจ บอร์ดกอน.เข้ม...

บอร์ดกอน.เข้มลดฝุ่น PM 2.5 เคาะวันเปิดหีบอ้อยรูปแบบใหม่ “เผาน้อย เปิดก่อน”

19.11.25 | 12:08 น.

บอร์ดกอน.เข้มลดฝุ่น PM 2.5 เคาะวันเปิดหีบอ้อยรูปแบบใหม่ “เผาน้อย เปิดก่อน” คาดอ้อยเข้าหีบปี 68/69 กว่า 93 ล้านตัน

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.) เปิดเผยว่า  การประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งมี ดร. ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบกำหนดวันเปิดหีบอ้อยฤดูการผลิตปี 2568/69 ของ 58 โรงงานน้ำตาล ทั่วประเทศ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ตามร้อยละอ้อยเผารับเข้าหีบ ปี 2567/2568 คือ

กลุ่ม 1 โรงงานที่รับอ้อยเผาไม่เกิน 5% เปิดหีบอ้อยตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 จำนวน 9 โรงงาน

กลุ่ม 2 :โรงงานที่รับอ้อยเผาเข้าหีบตั้งแต่ 5.01% – 15.00% เปิดหีบอ้อยตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2568 จำนวน 17 โรงงาน

กลุ่ม 3 :โรงงานที่รับอ้อยเผาเข้าหีบตั้งแต่ 15.01% –  25.00% เปิดหีบอ้อยตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 จำนวน 30 โรงงาน

Advertisement

กลุ่ม 4 : โรงงานที่รับอ้อยเผาเข้าหีบตั้งแต่ 25.01  % ขึ้นไป เปิดหีบอ้อยตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2569 จำนวน 2 โรงงาน

ถือเป็นครั้งแรกที่บอร์ด กอน. มีมติให้เปิดหีบอ้อยโดยแบ่งกลุ่มตามเปอร์เซ็นต์ของโรงงานน้ำตาลที่รับอ้อยเผาเข้าหีบในฤดูการผลิตปี 2567/68 และสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้คาดการณ์ปริมาณอ้อยเข้าหีบประมาณ 93 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีการผลิตที่ผ่านมา 1.9% เนื่องจากน้ำฝนมีปริมาณและการกระจายตัวที่ดีกว่าปีก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน บอร์ด กอน. ยังมีมติเห็นชอบอีกประเด็นสำคัญ คือ การกำหนดราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย ฤดูการผลิตปี 2567/68 เฉลี่ยทั่วประเทศที่ราคา 1,152.62 บาทต่อตันอ้อย ณ ระดับความหวานที่ 10 ซี.ซี.เอส. ลดลง 7.38 บาท จากราคาอ้อยขั้นต้น ฤดูการผลิตปี 2567/68 ที่ราคา 1,160 บาทต่อตันอ้อย และกำหนดอัตราขึ้น/ลง ของราคาอ้อย เท่ากับ 69.16 บาทต่อ 1 หน่วย ซี.ซี.เอส. และผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย 493.89 บาทต่อตันอ้อย

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ได้มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2567/68 จากเดิมสิ้นสุดเดือนกันยายน 2568 เป็นสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2568 เพื่อให้ชาวไร่อ้อยที่ยังตกค้างอยู่ประมาณ 5,000 ราย คิดเป็น 4.23% ของจำนวนชาวไร่อ้อยที่มีสิทธิ์ทั้งหมด ได้รับการช่วยเหลือตามมาตรการฯ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรตัดอ้อยสดและถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้เกิดการหมุนเวียนของการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจของไทยได้ในระดับหนึ่ง และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล คาดว่าจะสามารถทยอยจ่ายภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

“หลังจากบอร์ด กอน. กำหนดราคาอ้อยขั้นสุดท้ายฯ ฤดูการผลิตปี 2567/68 ขณะนี้ สอน. ได้เร่งดำเนินการเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ทั้งนี้ สอน.จะทำหนังสือขอความร่วมมือให้โรงงานน้ำตาลทั่วประเทศจ่ายเงินค่าอ้อยให้กับเกษตรกรไปก่อน เพื่อจะได้มีเงินสำหรับไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการเพาะปลูก การบำรุงรักษาอ้อย และดำรงชีพต่อไป” นายใบน้อยกล่าวปิดท้าย