3 สมาคมอสังหาฯ จ่อถกคลัง 21พ.ย.นี้ เจียระไน มาตรการ6+1 กระตุ้นตลาด หนุนแก้หนี้รายย่อย
รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ทาง 3 สมาคมด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรและสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย จะเข้าหารือกับกระทรวงการคลังถึงมาตรการกระตุ้นอสังหาฯที่ได้ทำข้อเสนอไปก่อนหน้านี้ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายนายเบญรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ร่วมหารือข้อเสนอต่างๆ ประกอบด้วย 6 ข้อเดิมที่เคยยื่นต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และมี 1 ข้อเสนอใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา เป็นมาตรการ 6+1
ประกอบด้วย 1.ลดค่าโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยทุกระดับราคา โดยกำหนดวงเงินไม่เกิน 7 ล้านบาทแรก ส่วนเกิน 7 ล้านบาทให้เก็บตามอัตราปกติ ถึง 30 มิถุนายน 2569 2.มาตรการการค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือมอร์ทเกจการันตี ขยายบทบาทของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อบางส่วน เช่น 20% ของสินเชื่อ
3.กำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้(Risk-Based Pricing) ให้กับสถาบันการเงินในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยแตกต่างต่างได้ตามความเสี่ยงของผู้กู้ เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงสินเชื่อ 4.ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 50% เป็นเวลา 1-2 ปี บรรเทาภาระการจำนองทรัพย์สินและกระตุ้นการลงทุนให้กับผู้ประกอบการและกระตุ้นการถือครองที่อยู่อาศัย
5.แก้ปัญหาหนี้นอกระบบด้วยแนวทาง Warehouse Debt โดยใช้วงเงินบ้านที่ชำระแล้วบางส่วนรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบและหนี้ดอกเบี้ยสูง ช่วยบรรเทาและคลี่คลายปัญหาทางการเงิน ของลูกหนี้และกำลังซื้อในประเทศ และ6.ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.5% เหลือ 1% โดยเร็วและเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ลดภาระดอกเบี้ยของประชาชนและภาคธุรกิจ กระตุ้นการบริโภคและการลงทุนในภาคอสังหาฯ ส่วน มาตรการ+1 ที่เพิ่ม คือ ขยายเวลาเช่าจาก 30 ปี เป็น 60 ปี โดยแก้ไขพ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ
“เราเห็นด้วยกับภาครัฐว่าการแก้ไขหนี้ครัวเรือน เป็นเรื่องสำคัญสุด ใน 6 ข้อเสนอทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น จึงน่าจะให้น้ำหนักในการหารือเรื่องนี้ เพราะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจทั้งระบบในระยะยาวด้วย ในเรื่องของ Warehouse Debt ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีแนวคิดจะแก้ไขปัญหาหนี้รายย่อยก่อน ถือว่าเป็นข้อดีมาก เมื่อปลดหนี้รายย่อยที่มีมูลค่าไม่มาก แต่มีปริมาณจำนวนมากออกไปแล้ว แบงก์จะผ่อนคลายจำนวนรายเป็นหนี้เสีย ไปได้มากพอสมควร จะได้มี รูมใหม่มาปล่อยสินเชื่อได้ ลูกหนี้รายย่อยจะรอดพ้นจากภาระดอกเบี้ยผิดนัดชำระซึ่งสูงลิ่วด้วย”รายงานข่าวกล่าว
รายงานข่าวกล่าวว่า สมาคมฯจะเสนอเพิ่มเติมคือ คือการรวมหนี้ consolidated debt นั่นคือการรวมหนี้ย่อยหลายประเภทของลูกหนี้เข้ามา โดยใช้ที่อยู่อาศัยของลูกหนี้เองนั้นเป็น back up mortgage เพราะมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์นั้น ครอบคลุมคุ้มค่ามูลหนี้อยู่แล้ว โดยใช้อัตราดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยนั่นแหละเป็นหลัก เพราะเป็นอัตราที่ต่ำสุดในทุกหมวดประเภทหนี้ ซึ่งจะทำให้ลูกหนี้มีกำลังผ่อนต่อไปไหว ซึ่งมาตรการ mortgage guarantee เป็นเรื่องที่จะเพิ่มความมั่นใจให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ที่อยู่อาศัย และลดอัตรารีเจ็กต์เรตซึ่งสูงถึง 40% ในปัจจุบันนี้ได้

