หน้าแรก เศรษฐกิจ โรงเรียนนานาช...

โรงเรียนนานาชาติ โตแซงหน้า ร.ร.เอกชนไทย ทำไมถึงเป็นที่นิยม พื้นที่ไหนเหมาะขยายธุรกิจ

20.11.25 | 16:33 น.

โรงเรียนนานาชาติ โตแซงหน้า ร.ร.เอกชนไทย ทำไมถึงเป็นที่นิยม พื้นที่ไหนเหมาะขยายธุรกิจ

กระแสการปิดตัวของโรงเรียนเอกชนในประเทศไทย ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง จากหลายสาเหตุ ที่กระทบต่อธุรกิจ Krungthai Compass วิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจโรงเรียนเอกชนไทย ท่ามกลาง Aging Population – Segment ไหนจะอยู่รอด ในระยะ 2-3 ปี ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ผู้ประกอบการควรมีแนวทางปรับตัวอย่างไร
โดยระบุว่า“โรงเรียนเอกชน” ถือเป็น 1 ในธุรกิจรากฐานสำคัญของประเทศ จากการมีความเชื่อมโยงโดยตรงต่อคุณภาพของทุนมนุษย์ ที่เป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

โรงเรียนเอกชนในไทยแบ่งได้กี่ Segment ?

ธุรกิจโรงเรียนเอกชนไทยมีมูลค่าเกือบ 3.1 หมื่นล้านบาท1 ในปี 2567 จากผู้ประกอบการ 252 ราย1 สามารถแบ่ง ได้เป็น 3 Segment

-โรงเรียนเอกชนทั่วไป เป็นกลุ่มที่จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เน้นภาษาไทยเป็นหลักแต่บางแห่งอาจจัดสอนหลักสูตร 2 ภาษา มีมูลค่าตลาดรวมที่ 4,400 ล้านบาท จากผู้ประกอบการ 34 บริษัท

Advertisement

-โรงเรียนนานาชาติ2 มีผู้ประกอบการไม่มากนักเพียง 41 บริษัท แต่กลับเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดที่ราว 13,500 ล้านบาท โดยกลุ่มนี้จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรต่างประเทศ Cambridge และ American Curriculum

-โรงเรียนเอกชนเฉพาะทาง มีผู้ประกอบการในตลาดมากสุดที่ 177 บริษัท และมีมูลค่าตลาดราว 13,000 ล้านบาท โดยเน้นการเรียนการสอนเฉพาะทาง อาทิ โรงเรียนอาชีวะ สอนพิเศษ หรือสอนการบิน

โรงเรียนนานาชาติ เติบโตสวย-กำไรเด่น

หากพิจารณาความโดดเด่นผ่านผลการดำเนินงานทั้งมิติการเติบโตของรายได้ ควบคู่กับการทำกำไร ในรอบปี 2565-2567 ธุรกิจโรงเรียนเอกชนโดยรวมของไทยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 7.9% และ 6.1%

“โรงเรียนนานาชาติ” เป็นกลุ่มที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นสุด โดยมี Revenue Growth ถึงปีละ 13.0% และ Net Profit Margin เฉลี่ย 10.2% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของธุรกิจ และสูงกว่า Segment อื่นๆ ทั้งโรงเรียนเอกชนทั่วไป และโรงเรียนเอกชนเฉพาะทางที่มี Revenue Growth เฉลี่ย 6.1% และ 7.1% รวมถึง Net Profit Margin เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังที่ 6.8% และ 5.3%

 

-โรงเรียนนานาชาติ มีผู้ประกอบการ Performance ดี 12 บริษัท จาก 41 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 29.3%

-โรงเรียนเอกชนเฉพาะทาง มีผู้ประกอบการ Performance ดี 37 บริษัท จาก 177 บริษัท หรือคิดเป็นสัดส่วน 20.9%

-โรงเรียนเอกชนทั่วไป มีผู้ประกอบการ Performance ดี 6 บริษัท จาก 34 บริษัท หรือคิดเป็นสัดส่วน 17.6%
สาเหตุที่ทำให้”โรงเรียนนานาชาติ”มีความโดดเด่นทั้งด้านศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งนำมาสู่การมีผู้ประกอบการที่ Performance ดีอยู่ในระดับสูงมาจาก 3 แรงสนับสนุนหลัก ได้แก่

-ฐานผู้เรียนมีกำลังซื้อสูง ไม่ค่อยอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและระดับราคา โดยโรงเรียนนานาชาติส่วนใหญ่เจาะกลุ่มครอบครัวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีรายได้กลางถึงสูง ที่มีความมั่งคั่ง ซึ่งสามารถจ่ายค่าเทอมระดับพรีเมียมได้

-ความแตกต่างด้านภาพลักษณ์และคุณภาพ โดยใช้หลักสูตรมาตรฐานสากล อาทิ IB, Cambridge และ American Curriculum ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม และความแตกต่างจากโรงเรียนเอกชนทั่วไป

 

ภาวะ Aging Population กระทบธุรกิจหรือไม่?

Aging Population (ประชากรสูงวัย) ถือเป็น 1 ในอุปสรรคสำคัญของธุรกิจโรงเรียนเอกชน โดย ในระยะ 2-3 ปีต่อจากนี้ คาดว่าประชากรในวัยเรียน (อายุ 3-17 ปี) ของไทยจะมีจำนวนลดลงเฉลี่ยปีละ 2.2% จาก 11.3 ล้านคน ในปี 2567 เหลือ 10.6-11.1 ล้านคน ในปี 2568-70 หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อประชากรที่น้อยลงจาก 15.8% เป็น 14.8%-15.5% ในช่วงเวลาเดียวกัน

อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะลดลงต่อเนื่องตามการคาดการณ์ของสหประชาชาติ (UN) ภายใต้ภาวะดังกล่าว มองว่าดีมานด์ของธุรกิจโรงเรียนเอกชนในอนาคตอาจต้องเผชิญแรงกดดันจากจำนวนผู้เรียนที่ลดลงตามโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป

พื้นที่ไหนเหมาะสมขยายธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ

หากประเมินโอกาสในการขยายธุรกิจโรงเรียนเอกชนผ่าน 2 ตัวชี้วัด คือ 1.รายได้เฉลี่ยของประชากรและ 2.สัดส่วนจำนวนนักเรียนต่อโรงเรียน พบว่าภาคตะวันออก โดยเฉพาะ EEC โดดเด่นมากที่สุด

-ภาคตะวันออก โดดเด่นทั้งในมิติของรายได้ และ Potential Demand โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อคนเกือบ 5 แสนบาท/ปี สูงสุดในประเทศ และมีความหนาแน่นของจำนวนนักเรียน 294 คนต่อโรงเรียน สูงเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล สะท้อนว่าตลาดยังมีช่องว่างการเติบโต นอกจากนี้ ยังได้แรงหนุนจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC ซึ่งส่งผลบวกต่อจำนวน Expats พื้นที่นี้จึงเหมาะต่อการพัฒนาโรงเรียนเอกชนในระดับกลาง-สูง

-กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลาดพรีเมียมแข่งขันสูง ต้องใช้กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง โดยพื้นที่นี้มีรายได้เฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 4.9 แสนบาท/ปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศเกือบสองเท่าตัว และมีจำนวนนักเรียนเฉลี่ยต่อโรงเรียนสูงสุดในประเทศที่ 602 คนต่อแห่ง

แต่ด้วยจำนวนผู้เล่นในตลาดจำนวนมาก ทำให้พื้นที่นี้มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่มีโรงเรียนรวมทั้งสิ้น 926 แห่ง และในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนเอกชน มากถึง 654 แห่ง ซึ่งนับเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนโรงเรียนเอกชนมากที่สุดในประเทศ

ทำให้การขยายธุรกิจในพื้นที่นี้ควรพิจารณาเลือกใช้กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง ทั้งในด้านคุณภาพการศึกษา ยกระดับหลักสูตรการเรียนการสอนตามความสนใจ และภาพลักษณ์ของโรงเรียน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดระดับพรีเมียมที่มีผู้เล่นจำนวนมาก

-ภาคใต้ มีโอกาสเติบโตเฉพาะพื้นที่ แม้ภูมิภาคนี้จะมีรายได้เฉลี่ยต่อคนไม่สูงนัก อยู่ที่ราว 1.5 แสนบาท/คน/ปี และมีจำนวนนักเรียนเฉลี่ยต่อโรงเรียน 237 คนต่อแห่ง สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วประเทศซึ่งอยู่ที่ราว 200 คนต่อโรงเรียนเล็กน้อย

 

มีข้อสังเกตว่าบางจังหวัดกลับมีกำลังซื้อสูงโดยเฉพาะภูเก็ตที่มีรายได้เฉลี่ยต่อคนถึง 3.1 แสนบาท/ปี และมีความหนาแน่นของจำนวนนักเรียนถึง 520 คนต่อโรงเรียน ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังเป็นพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสขยายธุรกิจโรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะนานาชาติ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของทั้งชาวไทยรายได้สูง และครอบครัวชาวต่างชาติได้

แนวโน้มโรงเรียนเอกชน 2-3 ปีหน้า?

ประเมินว่าตลาดโรงเรียนเอกชนจะมีมูลค่า 3.2-3.4 หมื่นล้านบาท ในปี 2568-70 หรือขยายตัวเฉลี่ยปีละ 3.2% ชะลอตัวลงจากในอดีต ตามแรงกดดันของ Aging Population โดยคาดว่าผู้ประกอบการจะสามารถเพิ่มรายได้ต่อจำนวนนักเรียนเพื่อชดเชยจำนวนนักเรียนที่ลดลงได้

เพราะแม้ว่าธุรกิจจะถูกกดดันจากแนวโน้มจำนวนนักเรียนเอกชนที่คาดว่าจะลดลงจากราว 2.05 ล้านคนในปี 2567 มาอยู่ในระดับ 1.94-2.00 ล้านคน ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า ตามปัญหาโครงสร้างประชากรของไทยที่จะทำให้ประชากรในวัยเรียน (อายุ 3-17 ปี) จะมีจำนวนลดลงจาก 11.3 ล้านคน เหลือ 10.6-11.1 ล้านคน ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น

ทั้งนี้ คาดว่าธุรกิจโรงเรียนเอกชนจะสามารถเพิ่ม Value-added ให้กับการบริการเพื่อชดเชยจำนวนนักเรียนที่ลดลง อาทิ การเพิ่มหลักสูตรพิเศษอย่าง Bilingual หรือ International Program ผ่านการร่วมมือกับโรงเรียนต่างชาติเพื่อขยายฐานลูกค้าไปจับกลุ่มกำลังซื้อสูงและครอบครัวต่างชาติก็จะทำให้สามารถตั้งค่าเทอมได้สูงขึ้นหลายเท่าตัว

รวมถึงการขยายรายได้จากบริการเสริมรอบตัวนักเรียน เช่น การจัดทำ After-school & Weekend Program อาทิ การสอนดนตรี กีฬา หรือ Coding รวมถึงบริการอื่น ๆ เช่น Canteen, Shuttle Bus, Uniform และ School Camp/Trip เป็นต้น ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งของการทำรายได้เช่นเดียวกัน