ในทุกปี ฤดูหีบอ้อยเพื่อผลิตน้ำตาลทรายของประเทศไทยจะเริ่มในช่วงเดือนธันวาคม ยาวไปถึงเดือนมีนาคม-เมษายนของปีถัดไป ถือเป็นช่วงเวลาที่ชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลรอคอยเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ประคบประหงมมาตลอดปี
แต่ด้วยการเก็บเกี่ยวผลผลิตของชาวไร่และโรงงานส่วนน้อยที่ยังนิยมการเผา จนเป็นส่วนหนึ่งของฝุ่นพิษ หรือพีเอ็ม2.5 จึงทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมในยุคของ “ณัฐพล รังสิตพล”
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และ “ใบน้อย สุวรรณชาตรี” เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เดินหน้าเข้มข้นในการยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลที่สะอาด เน้นตัดสด และเลิกเผา 100% แม้จะเผชิญกับแรงกดดันทุกสารทิศ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน ได้คาดการณ์ปริมาณอ้อยเข้าหีบประมาณ 93 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีการผลิตที่ผ่านมา 1.9% เนื่องจากน้ำฝนมีปริมาณและการกระจายตัวที่ดีกว่าปีก่อนหน้านี้
พร้อมวาระสำคัญคือ มีมติเห็นชอบกำหนดวันเปิดหีบอ้อยฤดูการผลิตปี 2568/69 ของ 58 โรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ ออกสตาร์ตหีบวันแรกตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
แต่สิ่งที่ “เซอร์ไพรส์” อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลอย่างมากคือ กำหนดวันเปิดหีบอ้อยฤดูการผลิตปี 2568/69 ของ 58 โรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ตามร้อยละอ้อยเผารับเข้าหีบ ปี 2567/2568 ประกอบด้วย
-กลุ่ม 1 โรงงานที่รับอ้อยเผาไม่เกิน 5% เปิดหีบอ้อยตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 จำนวน 9 โรงงาน
-กลุ่ม 2 โรงงานที่รับอ้อยเผาเข้าหีบตั้งแต่ 5.01-15.00% เปิดหีบอ้อยตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2568 จำนวน 17 โรงงาน
-กลุ่ม 3 โรงงานที่รับอ้อยเผาเข้าหีบตั้งแต่ 15.01-25.00% เปิดหีบอ้อยตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 จำนวน 30 โรงงาน
-กลุ่ม 4 โรงงานที่รับอ้อยเผาเข้าหีบตั้งแต่ 25.01% ขึ้นไป เปิดหีบอ้อยตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2569 จำนวน 2 โรงงาน
“ถือเป็นครั้งแรกที่บอร์ด กอน.มีมติให้เปิดหีบอ้อยโดยแบ่งกลุ่มตามเปอร์เซ็นต์ของโรงงานน้ำตาลที่รับอ้อยเผาเข้าหีบในฤดูการผลิตปี 2567/68 แต่ในกรณีที่โรงงานน้ำตาลกลุ่มหลังๆ ประสงค์ที่จะเปิดก่อน ให้โรงงานน้ำตาลทำเรื่องอุทธรณ์เข้ามาที่ สอน. จากนั้น สอน.จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (บอร์ด กอน.) เพื่อให้บอร์ดพิจารณาต่อไป” เลขาฯใบน้อยระบุ
เลขาฯใบน้อยยังระบุด้วยว่า แผนดังกล่าวเกิดจากความตั้งใจของชาวไร่และโรงงาน ที่ต้องการให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเป็นอุตสาหกรรมที่สะอาด ไม่สร้างผลกระทบต่อสภาพอากาศ เกิดฝุ่นพิษ หรือพีเอ็ม2.5 จึงมีการจัดทำแผนลดอ้อยเผาตามมาตรการของ สอน.
นอกจากนี้ สอน.ยังมีมาตรการลดพีเอ็ม2.5 สู่เป้าหมายอ้อยเผา 0% ในฤดูการผลิตปี 2568/69 แบ่งออกเป็น 6 มาตรการ ดังนี้
1.มาตรการทางกฎหมายและการบังคับใช้
-ขอความร่วมมือรับเฉพาะอ้อยสดตั้งแต่ช่วงต้นของหีบจนถึงช่วงวันเด็ก
-กำหนดปริมาณอ้อยเผาไม่เกิน 20% ต่อวัน และทั้งฤดูการผลิตไม่เกิน 10% และให้โรงงานน้ำตาลหยุดรับอ้อย วันที่ 27 ธันวาคม 2568-4 มกราคม 2569
-ปรับปรุงแก้ไขระเบียบการตัดและส่งอ้อยให้แก่โรงงาน
-ออกระเบียบการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำตาลทรายของโรงงาน
-ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (GISTDA และกระทรวงดีอี) ในการติดตามจุดความร้อน (Hotspot) พร้อมติดตามร่องรอยการเผา (Burned Scar)
– Traffy Fondue “แจ้งอุต” เรื่องการเผาอ้อย เพื่อรายงานอ้อยเผา สำหรับให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส
2.มาตรการส่งเสริมเทคโนโลยีและเครื่องจักรกล
-สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อการบริหารจัดการแหล่งน้ำและซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรในไร่อ้อยฯ ปี 2568-2570 ปีละ 2,000 ล้านบาท วงเงินรวม 6,000 ล้านบาท (หากปีแรกใช้ไม่หมด สามารถทบวงเงินไปปีถัดไปได้) ผู้กู้จ่ายดอกเบี้ย 2% ต่อปี
-มีเงื่อนไขสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI และเสนอยกเว้นอากรศุลกากรนำเข้ารถตัดอ้อย และเครื่องสางใบอ้อย
-หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้แก่โรงงานน้ำตาล ในอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม เพื่อการจัดหารถตัดอ้อย
-ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยยืมเครื่องสางใบอ้อยจำนวน 288 เครื่อง นำไปใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการตัดอ้อยสดด้วยแรงงานคน
-ส่งเสริมพันธุ์อ้อยพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยกำหนดสิทธิพิเศษสำหรับเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดส่งเข้าหีบ 100% ในฤดูการผลิตปี 2567/2568
3.มาตรการทางการเงินและการสร้างแรงจูงใจ
-ขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐจูงใจเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีฤดูการผลิตปี 2568/69 เฉพาะอ้อยสดสะอาดคุณภาพดีร้อยละ 100 เท่านั้น
-ขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ สนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่นำใบและยอดอ้อยส่งขายให้โรงงานไฟฟ้าชีวมวล (เฉพาะชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสด สะอาด คุณภาพดี 100% เท่านั้น)
4.มาตรการสร้างมูลค่าเพิ่มจากใบและยอดอ้อย
-ประสานกระทรวงพลังงานส่งเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีสัดส่วนการใช้ใบและยอดอ้อยเป็นเชื้อเพลิง สามารถทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าได้ในระดับราคาที่เหมาะสม
-ส่งเสริมอัดเม็ดใบอ้อย ชีวมวลผง และสร้างมูลค่าเพิ่มจากใบและยอดอ้อย
5.มาตรการสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วม
-ขอความร่วมมือให้โรงงานรับเฉพาะอ้อยสดเข้าหีบ และไม่รับอ้อยเผาเข้าหีบ ในช่วงเริ่มต้นการเปิดหีบอ้อย ไปจนถึงวันที่ 10 มกราคม 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเดินทางที่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ และคืนอากาศบริสุทธิ์ให้แก่เยาวชนของชาติ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ
-รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยลดการเผาเพื่อลดฝุ่นพีเอ็ม2.5
-อบรมถ่ายทอดความรู้
6.มาตรการติดตามและประเมินผล
-ติดตามข้อมูลปริมาณการรับอ้อยเข้าหีบเป็นรายวันโดยมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างทันท่วงที (war room)
-ตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานที่ได้รับมอบหมายลงพื้นที่ต่อเนื่องครอบคลุม
เลขาฯใบน้อยเน้นย้ำว่า ฤดูการผลิตปี 2567/2568 ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดอ้อยเผาอย่างเป็นรูปธรรม สามารถลดสัดส่วนอ้อยเผาเหลือเพียง 14.86% ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือจากทั้งเกษตรกร โรงงานน้ำตาล และหน่วยงานทุกภาคส่วน ร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อย
และน้ำตาลทรายสู่ “อุตสาหกรรมสีเขียว” ตามนโยบาย “MIND as One” ของปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ขณะที่ฤดูการผลิตปี 2568/2569 จะดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ครอบคลุมทั้งด้านกฎหมาย การเงิน เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
ทั้งหมดนี้กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งหวังเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ให้กับประชาชน และรักษาบรรยากาศที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่

