หน้าแรก เศรษฐกิจ อสังหา 9 เดือ...

อสังหา 9 เดือน ยอดโอนลดลง 9.3% กำลังซื้อยังไม่ฟื้นเต็มที่ ภูเก็ต ระยอง โคราช ขยายตัวสวนตลาด

24.11.25 | 23:57 น.

อสังหา 9 เดือนยอดโอนลดลง 9.3% กำลังซื้อยังไม่ฟื้นเต็มที่ ภูเก็ต ระยอง โคราช ขยายตัวสวนตลาด

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์(REIC) เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในภาพรวมของไตรมาส 3 ปี 2568 มีสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยอุปสงค์ขยายตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปัจจัยบวกจากมาตรการของรัฐบาล ได้แก่ การลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองที่อยู่อาศัยเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท การผ่อนเกณฑ์ LTV และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ มีผลให้เกิดความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค ประกอบกับผู้ประกอบการเริ่มมีการปรับลดราคาให้ยืดหยุ่นตามความสามารถของผู้ซื้อที่มีความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ทั้งหมดนี้มีผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยและอัตราการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยปรับตัวเพิ่มขึ้น

โดยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทุกประเภททั่วประเทศไตรมาส 3 มีจำนวน 84,397 หน่วยเพิ่มขึ้น 9.1% คิดเป็นมูลค่า 226,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% โดยเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบ 57,581 หน่วย เพิ่มขึ้น 6.7% คิดเป็นมูลค่า 164,060 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% และเป็นการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุด 26,816 หน่วย เพิ่มขึ้น 14.8%คิดเป็นมูลค่า 62,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.4% ทั้งนี้ เป็นการเพิ่มขึ้นในทุกระดับราคา โดยเฉพาะบ้านสร้างใหม่ระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคอนโดบีโอไอ มีอัตราการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นถึง 37% ขณะที่บ้านมือสองระดับราคา 5–7.5 ล้านบาท มีอัตราการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 14.1% จากไตรมาสก่อน

นายกมลภพกล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดแรกที่มีมูลค่าการโอนสูงสุดในไตรมาส 3 ปี 2568ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ภูเก็ตเชียงใหม่ ระยอง นครราชสีมา และขอนแก่น โดยจังหวัดที่มีการขยายตัวของการโอนเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าในไตรมาส 3 มี 3 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต ระยองและนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ 9 เดือนแรกของปี 2568 มีเพียงจังหวัดภูเก็ต ระยอง และนครราชสีมา ที่มีการขยายตัวของหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“อย่างไรก็ตาม อุปสงค์สะสมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยังหดตัวทั้งด้านจำนวนและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทุกประเภท 227,106 หน่วย ลดลง 9.3% มีมูลค่า 617,768 ล้านบาท ลดลง 12.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 155,125 หน่วย ลดลง 7.3% มูลค่า 446,309 ล้านบาท ลดลง 9.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและอาคารชุด 71,991 หน่วย ลดลง 13.3% มูลค่า 171,458 ล้านบาท ลดลง 19.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน” นายกมลภพกล่าว

Advertisement

นายกมลภพ กล่าวว่า แม้การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยสะสมในช่วงที่ผ่านมายังหดตัว แต่จากการจัดทำมาตรการ Quick Big Win ของภาครัฐ อาทิ มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ ผ่านโครงการคนละครึ่ง พลัส มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศผ่านมาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวการเร่งรัดเบิกจ่ายภาครัฐและโครงการพลังงานสะอาด มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนผ่านการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC)และการปรับโครงสร้างหนี้เสียภาคครัวเรือน รวมถึงมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs คาดการณ์เป็นปัจจัยบวกต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ และเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้ยอดการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ ไตรมาส 4 ปี 2568 ฟื้นตัวขึ้น โดยจะมียอดการโอน 95,484 หน่วย เพิ่มขึ้น 13.1% และมีมูลค่า 255,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% จากไตรมาส 3

นายกมลภพกล่าวว่า ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ ทั่วประเทศ ไตรมาส 4 ปี 2568 คาดการณ์มีมูลค่า 160,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากไตรมาส 3 ที่มีมูลค่า 146,834 ล้านบาท อย่างไรก็ตามทั้งปี 2568 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศยังคงติดลบ แต่เป็นการติดลบที่ลดลงกว่าที่เคยคาดการณ์ โดยจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ 322,500 หน่วย ลดลง 7.3%  และมีมูลค่าการโอน 873,400 ล้านบาท ลดลง 10.9% เมื่อเทียบกับปี 2567 และคาดว่าปี 2569 สถานการณ์จะทรงตัว และปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องโดยจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ 320,200 หน่วย ลดลงเพียง 0.7% และมีมูลค่าการโอน 866,200 ล้านบาท ลดลง 0.8% เมื่อเทียบกับปี 2568 ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ทั่วประเทศในปี 2568 จะมีมูลค่า 551,092 ล้านบาท ลดลง 5.8% และคาดการณ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ ทั่วประเทศในปี 2569 จะมีมูลค่า 547,533ล้านบาท ลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่มีมูลค่า 551,092 ล้านบาท

“สำหรับธอส.ในปี 2568 ปัจจุบันได้ปล่อยสินเชื่อใหม่แล้ว 205,000 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะได้ตามเป้า 240,000 ล้านบาท ถือว่าสูงสุดในรอบ 20 ปีและคิดเป็น 43% ของตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งหมด” นายกมลภพกล่าว