พิพัฒน์ ผุดแผนสร้าง ‘ศูนย์กีฬานานาชาติ’ ใหม่ใน EEC- ชง ครม. 12 ธ.ค. เคลียร์สัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน
วันที่ 25 พฤศจิกายน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงผลการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เกี่ยวกับแนวคิดการจัดตั้ง ‘ศูนย์กีฬานานาชาติ’ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่ดินของ EEC ว่า เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมจะขอจัดสรรพื้นที่ของ EEC เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กีฬาครบวงจร (Sports Complex) แห่งใหม่ เพื่อรองรับกิจกรรมระดับโลก
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ที่มาของโครงการนี้นั้น เนื่องจากปัจจุบันสนามราชมังคลากีฬาสถานมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ที่ไม่สามารถขยายเพิ่มเติมได้ ในขณะที่สนามศุภชลาศัยเองก็มีขนาดเล็กและทาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะดำเนินการพื้นที่คืนให้กับมหาวิทยาลัย ดังนั้น ตนจึงมีแนวคิดตั้งแต่สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะขอใช้พื้นที่ในเขต EEC เพื่อรองรับอนาคต
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนได้มีนโยบายให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ EEC ศึกษาโครงการพัฒนาศูนย์กีฬาครบวงจรในพื้นที่มากกว่า 1,500 ไร่ เพื่อให้ศูนย์กีฬานี้รองรับการจัดงานกีฬาขนาดใหญ่ งานอีเวนต์ระดับโลก รวมไปถึงเป็นศูนย์กลางสุขภาพ (Medical Hub) ซึ่งคาดว่าโครงการระดับนี้จะสร้างงานจำนวนมาก ทำให้มีแรงงานอาศัยในพื้นที่ 2 – 3 แสนคน และการสร้างศูนย์กีฬาครบวงจร เชื่อว่าจะทำให้มีผู้คนเพิ่มขึ้นในพื้นที่นี้ และเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่จะทำให้นักลงทุนส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (High-Speed Rail) และเมืองการบินเริ่มเดินหน้าโครงการ เพราะมองเห็นถึงความคุ้มค่าจากจำนวนผู้คนที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่มากขึ้น
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับกรอบการดำเนินงาน คาดว่าแผนแม่บททั้งหมดจะใช้เวลาอย่างน้อย 8 ปี เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2569 หลังจัดทำแผนรายละเอียดเสร็จสิ้น และเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในปี 2569 ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวเป็นการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวซึ่งไม่ขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลชุดใด เพราะหลังจากที่มีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ และไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนเข้ามา แผนนี้จะเป็นกรอบรองรับอนาคตของประเทศในด้านกีฬา การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ขณะนี้ ตนได้มอบหมายให้ นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) รวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อให้โครงการนี้เดินหน้าก่อสร้าง อย่างไรก็ดี ในช่วงต้นเดือน ธันวาคม 2568 นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เพื่อนำข้อเสนอของอัยการสูงสุดที่มีความเห็นต่อการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนเพื่อเดินหน้าโครงการ โดยภายหลังที่ประชุม กพอ.รับทราบแนวทางแล้ว ก็จะมีการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งเป้าหมายของรัฐบาลต้องการให้โครงการมีแนวทางดำเนินงานที่ชัดเจน ก่อนจะไปดำเนินการในรัฐบาลต่อไป
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า แนวทางแก้ไขปัญหาสัญญาไฮสปีดสามสนามบินจะเสนอให้ ครม.ตัดสินใจภายในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 นี้ เพื่อให้ทันในรัฐบาลนี้หากมีการปภิปรายไม่ไว้วางใจและมีเหตุจำเป็นต้องยุบสภา โดยรัฐบาลมีเป้าหมายจะต้องได้ข้อสรุปแนวทางดำเนินงานในโครงการนี้ก่อนจะส่งมอบให้กับรัฐบาลต่อไปดำเนินการ ซึ่ง สกพอ.ได้รวบรวมแนวทางตามข้อเสนอของสำนักงานอัยการเพื่อให้ ครม.พิจารณาในประเด็นสำคัญหากมีการแก้ไขสัญญาร่วมทุนปรับเป็นรูปแบบการจ่ายเงินสนับสนุนจากรัฐเป็นสร้างไปจ่ายไปจะกระทบต่อวินัยการเงินหรือไม่

