หน้าแรก เศรษฐกิจ ศก.ไม่สดใส บล...

ศก.ไม่สดใส บล.บัวหลวงแนะกระจายลงทุนต่างประเทศเพิ่ม คาดปี 69 ดัชนีไต่สูงสุดเพียง 1,440 จุด

25.11.25 | 17:45 น.

ศก.ไม่สดใส บล.บัวหลวงแนะกระจายลงทุนต่างประเทศเพิ่ม คาดปี 69 ดัชนีไต่สูงสุดเพียง 1,440 จุด

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ได้ดีมากนัก ทำให้ต้องวางแผนการลงทุน โดยจำเป็นต้องกระจายการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น เพราะการลงทุนในไทยอย่างเดียวคงไม่ได้ตอบโจทย์มากนักแล้ว เนื่องจากเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักอย่างภาคการท่องเที่ยว ยังไม่สามารถกลับไปเติบโตเทียบเท่าช่วงปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 ได้ แต่ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ยังมีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง แนวโน้ม 4-5 ปีต่อจากนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติก็คงอยู่ในระดับที่คาดหวังไว้ แต่ปัญหาหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี, การบริโภคภายในประเทศอ่อนแรง, ความไม่แน่นอนทางการเมือง ตลอดจนความกังวลผลกระทบมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวผันผวน นับตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงกว่า 8%

“ความเสี่ยงจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐ ซึ่งอาจกระทบต่อสินค้าส่งออกบางประเภท เมื่อพิจารณาในเชิงมูลค่า (Valuation) พบว่าดัชนีมีค่าอัตราส่วนราคาต่อกำไร หรือ P/E ประมาณ 14.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดภูมิภาคที่ 13 เท่า แต่เศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) ในอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเที่ยวดีมีคืน และคนละครึ่งพลัส ทำให้คาดว่าในช่วงปลายปี 2568 ดัชนีหุ้นไทยอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 1,280 – 1,320 จุดได้” นายชัยพร กล่าว

นายชัยพร กล่าวว่า สำหรับปี 2569 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มเห็นการทยอยฟื้นตัวในไตรมาสแรก โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.เม็ดเงินลงทุนเอฟดีไอ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัล (Data Center) และอิเล็กทรอนิกส์ (เซมิคอนดักเตอร์) ซึ่งจะทยอยลงทุนจริงต่อเนื่อง หลังได้รับอนุมัติจากบีโอไอ 2.ภาคท่องเที่ยว ที่เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป คาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติแตะ 34 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.4% จากปีก่อน โดยเฉพาะตลาดอินเดีย รัสเซีย และยุโรป ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้นตัวจากฐานต่ำ และ 3.ภาคการส่งออก ที่ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 4/2568 และมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยคงเป้าหมายดัชนีสูงสุดปี 2569 ที่ระดับ 1,440 จุด คาดกำไรต่อหุ้น (อีพีเอส) ที่ 90 บาทต่อหุ้น

ด้านนายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์ปัจจัยพื้นฐาน ฝ่าย Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง กล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับช่วงปี 2569 ยังเน้นกลุ่มหุ้นคุณภาพสูง หรือหุ้นกลุ่มปันผลสูง-กระแสเงินสดสม่ำเสมอ โดยเน้นไปที่ 4 ธีมหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มผู้นำการเติบโตธีมดาต้าเซ็นเตอร์ หรือดิจิทัลต่างๆ 2.กลุ่มเชื่อมโยงการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก ทั้งกลุ่มปิโตรฯ และกลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง 3.กลุ่มที่กำไรคาดเติบโตต่อเนื่อง-ได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ และ 4.กลุ่มปันผลสูง มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นตลาดทุน โดยกระจายการลงทุนระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ ได้แก่ ตลาดหุ้น สัดส่วน 60% แบ่งเป็นหุ้นไทย 10% หุ้นต่างประเทศผ่าน DR 50% ตราสารหนี้ 30% และทองคำ 10%