หน้าแรก เศรษฐกิจ ธนาคารระดมมาต...

ธนาคารระดมมาตรการช่วยเหลือ-เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ หวังคลายกังวลเดินหน้าต่อได้

26.11.25 | 16:10 น.

ธนาคารระดมมาตรการช่วยเหลือ-เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ หวังคลายกังวลเดินหน้าต่อได้

วันที่ 26 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้หลายจังหวัดนั้น นอกจากความช่วยเหลือของภาคเอกชนและพี่น้องประชาชนด้วยกันเองแล้ว รัฐบาลก็เร่งบริหารจัดการรับมือกับน้ำท่วมเช่นกัน รวมถึงมีมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาจากสถาบันการเงิน ที่ระดมออกมาเพื่อช่วยคลายความกังวลให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้วย ยกตัวอย่าง ได้แก่

1.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้จัดมาตรการเร่งด่วน เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้า ผ่านมาตรการเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูให้ลูกค้า วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ผ่าน 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เพื่อเสริมสภาพคล่องเกษตรกรในด้านค่าใช้จ่ายทั่วไป อาทิ ค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย 6.625% วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท และ 2.โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นค่าลงทุนในการซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน ค่าซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่ได้รับความเสียหายจาก ภัยพิบัติ รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรรอบใหม่ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท

2.ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีดีแบงก์ ออก 3 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้แก่ 1.มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้ 2.มาตรการเติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ: สำหรับคนที่มีสถานประกอบการในเขตที่เกิดภัยพิบัติ สามารถขอวงเงินกู้ฉุกเฉิน 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท และสูงสุด 200,000 บาท ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม และลดกระบวนการนำส่งเอกสารในการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงเป็นการเร่งด่วน และ 3.สินเชื่อช่วยเติมทุน เสริมสภาพคล่อง ลงทุน และยกระดับธุรกิจ หลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท

3.ธนาคารกรุงไทย ออก 2 มาตรการ ช่วยทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน แบ่งเป็นลูกค้าใหม่ 3 ส่วน ได้แก่ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบัน นาน 1 ปี และลดดอกเบี้ยคงที่ 0% ต่อปี เป็นเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน, สินเชื่อบุคคล ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบัน นาน 1 ปี และลดดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี, – สินเชื่อเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี เข้ามาคุยกับธนาคารได้ทันที อาจมีความช่วยเหลือได้หลายแบบ อาทิ ลดดอกเบี้ย ลดค่างวด พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย หรือพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยบางส่วน ขยายระยะเวลาสัญญาหรือปรับตารางผ่อนชำระ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร

Advertisement

ส่วนมาตรการสำหรับลูกค้าปัจจุบัน และลูกค้าใหม่ ให้สินเชื่อเพื่อกู้ซ่อมบ้านหรือกู้ฟื้นฟูกิจการ ได้แก่ สินเชื่อบ้านท็อปอัพ สินเชื่อบ้านแลกเงิน และสินเชื่อเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ดอกเบี้ยคงที่ 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้นดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมระยะเวลาดอกเบี้ยพิเศษ นาน 3 ปี กรณีสินเชื่อบ้าน ฟรีค่าประเมินและค่าจดจำนอง), สินเชื่อบุคคล ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี, สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ -1%

4.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้มีการออก 7 มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาที่จำแนกตามสถานะของลูกค้า อาทิ ลูกค้าปัจจุบัน ลดเงินงวด 50% จากเงินงวดในปัจจุบัน พักจ่ายหนี้นาน 3 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปีใน 3 เดือนแรก ส่วนเดือนที่ 4 – 12 คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2.00% ต่อปี มีโครงการสินเชื่อซ่อม – แต่งช่วยประชาชน ส่วนลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ที่จะกู้ใหม่หรือกู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม ให้วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท ต่อรายต่อหลักประกัน จุดเด่นคืออัตราดอกเบี้ย เดือนที่ 1 – 3 เท่ากับ 0% ต่อปี พร้อมปลอดชำระเงินงวด เดือนที่ 4 – 24 เท่ากับ 2.00% ต่อปี โดยลูกค้าสถานะค้างชำระเกิน 90 วัน (เอ็นพีแอล) ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย ช่วงเดือนที่ 1 – 6 จะได้รับดอกเบี้ย 0% ต่อปี และไม่ต้องชำระเงินงวด ส่วนเดือนที่ 7-18 อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี ให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ให้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

รวมถึงพิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fast Track) สำหรับลูกค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย ซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติกับบริษัทประกันภัยที่ธนาคารจัดให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่ประสบภัยทุกรายอย่างเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ โดยผู้เอาประกันสามารถแจ้งความเสียหายโดยใช้ภาพถ่าย และจะได้รับค่าสินไหมตามความเสียหายจริงไม่เกิน 20,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่มีกรมธรรม์เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เพิ่มความคุ้มครองภัยธรรมชาติตามความเสียหายจริงอีกไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

5.ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ออก 2 มาตรการช่วยเหลือ ได้แก่ 1.วงเงินกู้ระยะสั้น ขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงิน สูงสุด 180 วัน, เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว สูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม ไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม, เปลี่ยนแปลงภาระหนี้ระยะสั้น เป็นภาระหนี้ระยะยาว ผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี และ 2.วงเงินกู้ระยะยาว ขยายระยะเวลาเงินกู้ สูงสุด 7 ปี, ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ปีแรกลง 0.50% หรือจ่ายดอกเบี้ยเพียง 50% ในช่วง 6 เดือนแรก, พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุด 1 ปี

6.ธนาคารกรุงเทพ มี 2 มาตรการ ได้แก่ 1.ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกหนี้ เช่น ลดยอดผ่อนชำระ ขยายเวลาการชำระหนี้ ปลอดการชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราว ระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่เพิ่มเติม เพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้น ซ่อมแซมสถานประกอบกิจการและฟื้นฟูกิจการ สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจ SME ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ เริ่มต้น 3.5% ต่อปี นาน 2 ปี และ 2.ลูกค้าสินเชื่อรายย่อย ธนาคารมีหลายมาตรการเพื่อผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระดับความรุนแรงที่ได้รับ สามารถติดต่อที่ธนาคารได้ทันที

ทั้งนี้ ยังมีธนาคารอื่นที่ออกมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้เพิ่มเติม อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยประชาชนสามารถเลือกศึกษามาตรการตามธนาคารที่ใช้ดำเนินธุรกรรมทางการเงินได้ต่อไป