คิงส์เกตฯ ประกาศยุติข้อพิพาทกับรัฐบาลไทย หลังขึ้นศาลอนุญาโตตุลาการยาวนานกว่า 8 ปี
รายงานข่าวระบุว่า วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ทาง บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด (Kingsgate Consolidated Limited) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบกิจการเหมืองทองอัครา ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน
หลังจากมีข้อพิพาทกับรัฐบาลไทย ซึ่งรัฐบาลไทยได้ใช้ ม.44 คำสั่งปิดเหมืองทองอัคราเมื่อปี 2560 ล่าสุดทางเว็บไซต์คิงส์เกตฯได้ประกาศที่จะยุติข้อพิพาทดังกล่าวกับรัฐบาลไทยเรียบร้อยแล้ว
“วันนี้เราได้ประกาศยุติการดำเนินคดีต่อศาลระหว่างประเทศ TAFTA ที่บริษัทได้ยื่นฟ้องต่อราชอาณาจักรไทย โดยความยินยอมร่วมกัน”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หนังสือดังกล่าวระบุว่า ตามประกาศเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เรื่อง “การปรับปรุง TAFTA” บริษัท Kingsgate Consolidated Limited (ASX:KCN) (“Kingsgate” หรือ “บริษัท”) มีความยินดีที่จะประกาศว่า หลังจากการหารือกับรัฐบาลไทย คิงส์เกตฯและราชอาณาจักรไทยได้ตกลงร่วมกันที่จะยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2560 ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (“TAFTA”) โดยไม่มีคำชี้ขาด คณะอนุญาโตตุลาการได้รับทราบข้อตกลงของคู่สัญญา และได้ระบุว่าจะออกคำสั่งยุติตามข้อตกลงดังกล่าวในเวลาที่เหมาะสม
ข้อตกลงฉันมิตรระหว่างคิงส์เกตฯและประเทศไทยนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่สดชื่นระหว่างคู่สัญญา ที่สำคัญคาดว่าความสัมพันธ์นี้จะก่อให้เกิดประโยชน์สำคัญแก่ประชาชนชาวไทย บริษัทคิงส์เกตฯ ผู้ถือหุ้น และบุคคลอื่น ๆ ที่จะได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานเหมืองทองคำและเงินที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ณ เหมืองชาตรี
คิงส์เกตฯหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยอย่างสร้างสรรค์ ร่วมมือกัน และด้วยความสุจริตใจ เพื่อบรรลุความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาวแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในเหมืองทองคำชาตรี
คณะกรรมการขอรับรองต่อผู้ถือหุ้นของคิงส์เกตว่า ข้อตกลงนี้ได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ และการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย คณะกรรมการเห็นว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นของคิงส์เกตและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทย ชุมชนท้องถิ่นโดยรอบชาตรี และพนักงานและผู้รับเหมาของเราที่ชาตรี
เจมี่ กิบสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคิงส์เกตฯอธิบายเพิ่มเติมว่า “นี่เป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์สำหรับการลงทุนของคิงส์เกตในเหมืองชาตรี ผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทยอีกครั้ง ผมเชื่อว่าการดำเนินงานที่เหมืองชาตรีอย่างต่อเนื่องจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากต่อคิงส์เกตและผู้ถือหุ้น รวมถึงประชาชนชาวไทย โดยรวมแล้วผมคิดว่าการพัฒนานี้เป็นสัญญาณที่ดีและเป็นบวกว่าประเทศไทยเปิดกว้างสำหรับธุรกิจ”

ด้านกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยว่า การดำเนินการระงับข้อพิพาทที่ผ่านมา ได้ดำเนินการภายใต้ทีมงานที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นองค์ประกอบอย่างครบถ้วน การดำเนินการต่าง ๆ ยึดถือประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ การยุติคดีข้อพิพาทดังกล่าวลงได้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของไทยในอนาคต ขอยืนยันว่าที่ผ่านมา กรมฯ ได้พิจารณาดำเนินการอนุญาต และกำกับดูแลการประกอบการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ละเอียด และรอบคอบ รวมทั้งได้คำนึงถึงเงื่อนไขทางด้านเศรษฐกิจ ด้านความปลอดภัย และด้านสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักของความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมประกอบกัน และจะยังคงยึดมั่นในแนวทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

