นิคมอารยะ โชว์ความสำเร็จ ขายพื้นที่ได้แล้วกว่า 600 ไร่ ปั้นไทยฮับลงทุนระดับโลก
หลังเปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จของ “อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” (ARAYA-The Eastern Gateway) นิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะครบวงจร ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ ถนนบางนา-ตราด กม.32 สามารถสร้างยอดขายพื้นที่อุตสาหกรรมรวมกว่า 600 ไร่ หรือ 960,000 ตรม. คิดเป็น 40% ของพื้นที่รวม 1,891 ไร่ สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
“กมลกาญจน์ คงคาทอง” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จในปีนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ให้เป็นศูนย์กลางของ ‘Industrial-Tech Ecosystem’ ที่ครบวงจรและทันสมัย การได้รับอนุมัติให้เป็น SMART I.E. เป็นการยืนยันศักยภาพและความมุ่งมั่นการตั้งมาตรฐานใหม่ให้กับนิคมอุตสาหกรรมไทย ทั้งในด้าน Smart Facilities, Smart IT, Smart Energy, Smart Good Corporate Governance, Smart Living และ Smart Workforce
“ทำเลเชิงยุทธศาสตร์บนถนนบางนา-ตราด กม. 32 มีการออกแบบระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต การที่นักลงทุนจากนานาประเทศเลือกอารยะฯ เป็นฐานการลงทุน ยิ่งตอกย้ำศักยภาพที่ครบครัน ทั้งแง่เทคโนโลยี โลจิสติกส์ ความยั่งยืน และบุคลากร ไม่ใช่แค่นิคมอุตสาหกรรม แต่เป็น ‘ระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรรูปแบบใหม่’ ที่พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่เวทีโลก”

นอกจากนี้ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ยังได้ดึงดูดลูกค้าและนักลงทุนรายใหญ่หลากหลายราย ที่ได้เข้ามาลงนามในโครงการแล้ว ครอบคลุมอุตสาหกรรมชั้นนำ อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, เซมิคอนดักเตอร์ , ศูนย์ข้อมูลหรือData Center, ค้าปลีก และการผลิต เช่น บริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์แมนูแฟคเชอริ่ง (ประเทศไทย) บริษัทในเครือ Infineon Technologies AG ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ระดับโลกจากเยอรมนี และบริษัท มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ของประเทศไทย โดยการเข้ามาของกลุ่มลูกค้าระดับสากลเช่นนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่ออารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์และศักยภาพในการรองรับธุรกิจหลากหลายประเภท
ทั้งนี้ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าและนักลงทุน ผ่านการจัดโรดโชว์และการนำเสนอโครงการในประเทศยุทธศาสตร์ อย่างไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็น ‘ศูนย์กลางการลงทุนระดับโลก’ อย่างเต็มศักยภาพ และให้ความสำคัญต่อบทบาทในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการดึงดูดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน


