หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกนิติ เผยท่...

เอกนิติ เผยท่วมใต้ทำศก.พังยับ 5 แสนล้าน เร่ง 4 มาตรการฟื้น หั่นภาษีที่ดิน-บ้าน-เงินได้

2.12.25 | 06:20 น.

เอกนิติ เผยท่วมใต้ทำศก.พังยับ5แสนล้าน เร่ง4มาตรการฟื้น หั่นภาษีที่ดิน-บ้าน-เงินได้ ตั้งทีมถอดบทเรียนสู้วิกฤต

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 6/2568 (ครม.เศรษฐกิจ) ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ รวม 4 มาตรการใหญ่ หลังเหตุอุทกภัยภาคใต้ที่ผ่านมาสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและทรัพย์สิน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท และกระทบประชาชนมากกว่า 2.9 ล้านคน

นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับมาตรการฟื้นฟูเยียวยาหลัก 4 ด้าน แยกออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ มาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และมาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี ประกอบด้วย 1.มาตรการลดภาะระหนี้ และปล่อยสินเชื่อ โดยจะพักเงินต้นและดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะผ่อนเกณฑ์ไม่ให้เป็นหนี้เสีย (NPL) สำหรับสินเชื่อเยียวยาให้ผู้ประสบภัย กู้เพิ่มรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน และสินเชื่อฟื้นฟูดอกเบี้ยต่ำ 0% นาน 12 เดือน ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดย ธปท.และสมาคมธนาคารไทย จะไปออกแบบมาตรการต่างๆ ขณะที่มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีจะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันให้

“โดยธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ตนเองอยู่แล้ว ซึ่ง ธปท.และสมาคมธนาคารไทย จะร่วมบูรณาการให้เกิดมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ พร้อมพิจารณาผ่อนคลายกฎเกณฑ์ให้ธนาคารเอกชนสามารถเข้าร่วมมาตรการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะหารือกับกระทรวงการคลังในเรื่องของเงินชดเชยเป็นลำดับต่อไป” นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า 2.มาตรการเพิ่มเงินในกระเป๋า ส่วนหนึ่งเป็นเงินเยียวยา 9,000 บาท โดย ครม.วันที่ 2 ธันวาคม จะอนุมัติงบกลางให้กับประชาชน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเตรียมระบบไว้แล้ว ขณะที่กระทรวงการคลังขยายเงินทดลองเพื่อให้เอามาใช้จ่ายจังหวัดละ 100 ล้านบาท และจะผ่อนเกณฑ์เบิกจ่ายระเบียบต่างๆ ให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อช่วยประชาชน ด้านประชาชนที่ทรัพย์สินเสียหาย คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะจ่ายให้ไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับที่อยู่อาศัย ร้านค้า 30,000 บาท (มีประกัน) รถยนต์ ถ่ายรูปมาเคลมได้เร็วขึ้น โดยถ่ายรูปรถคู่กับทะเบียนและระดับน้ำที่ท่วม กรณีแรงงานมีเงินนำส่งประกันสังคม จะขยายให้ทั้งหมด ส่วนลูกจ้างจะจ่ายเงินทดแทนกรณีว่างงาน 50% ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 180 วัน ซึ่งกระทรวงแรงงานจะมีสินเชื่อให้ผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน โดยมีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน กู้ได้ไม่เกิน 15 ล้านบาท

Advertisement

นายเอกนิติกล่าวว่า 3.มาตรการลดภาระค่าใช้จ่าย จะขยายการจ่ายค่าภาษีและค่าธรรมเนียม พร้อมลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ประสบภัย ขณะที่ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับซ่อมแซมสินทรัพย์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท และลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีซ่อมแซมรถยนต์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับผู้ประกอบการที่มีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมทรัพย์สิน สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รวมถึงผู้ที่บริจาคช่วยผู้ประสบภัยก็นำไปลดหย่อนภาษีได้

นายเอกนิติกล่าวว่า 4.มาตรการด้านอื่น เช่น ตรวจสอบความปลอดภัยบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง ระบบน้ำ ไฟฟ้า รางรถไฟ การอำนวยความสะดวกจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท การจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ มอบ ธปท.พิจารณามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการทางการเงินนอนแบงก์ที่ประสบอุทกภัย

“จะตั้งคณะทำงานถอดบทเรียนภัยพิบัติ วางระบบบริหารจัดการน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ จะประสานร่วมมือกับประเทศที่มีประสบการณ์ เช่น ญี่ปุ่น พัฒนาระบบป้องกันอุทกภัยของไทย ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเตรียมแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวและให้หน่วยงานราชการจัดสัมมนาในพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้ ส่วนมาตรการค่าน้ำค่าไฟฟรี กระทรวงมหาดไทยจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณา” นายเอกนิติกล่าว