ตลาดเรียลดีมานด์ หนุนยอดขาย แสนสิริ 11 เดือน พุ่ง 47,700 ล้าน
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ปี 2568 จะเต็มไปด้วยความท้าทายทางเศรษฐกิจ กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในภาพรวม โดยแสนสิริยังคงรักษาเสถียรภาพผลประกอบการไว้ได้ในเกณฑ์น่าพอใจ โดยยอดขายบริษัท 11 เดือนอยู่ที่ 47,700 ล้านบาท ด้านผลประกอบการ 9 เดือนที่ผ่านมาทำรายได้รวมได้ 23,670 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,029 ล้านบาท เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยไทย จากการดำเนินงานที่รอบคอบและแผนธุรกิจที่ยืดหยุ่นภายใต้สถานการณ์ที่ผันผวน และแนวโน้มไตรมาส 4 คาดการณ์จะพีคสุด มีปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือเรียลดีมานด์ สัญญาณความต้องการซื้อจริงในตลาดที่อยู่อาศัยยังคงแข็งแกร่ง
ทั้งนี้จากรายงานจากบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่ง อาทิ บล. เอเชียพลัส บล. ฟิลลิป บล. กรุงศรี บล. ดาโอ คาดการณ์ว่า ไตรมาส 4/2568 ของแสนสิริจะเป็นไตรมาสที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของปี โดยเฉพาะในด้านกำไร มิติของยอดโอนและยอดรับรู้รายได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือเรียลดีมานด์ สัญญาณความต้องการซื้อจริงในตลาดที่อยู่อาศัยยังคงแข็งแกร่ง และแคมเปญกระตุ้นยอดขายส่งท้ายปีที่มอบส่วนลดสูงสุดถึง 10 ล้านบาท ครอบคลุมกว่า 109 โครงการ ทั้งบ้าน คอนโดมิเนียมและทาวน์โฮม จะช่วยกระตุ้นยอดขายและยอดโอนได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ด้านการกำกับดูแลกิจการ ล่าสุดได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการ (CGR) ปี 2568 ในระดับ “ดีเลิศ” เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และได้รับผลการประเมิน SET ESG Ratings ประจำปี 2567 ที่ระดับ AAA โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และรางวัลด้านความยั่งยืนจาก SET Awards 2025 ประเภทกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ประเภท Highly Commended Supply Chain Management Awards อสังหาริมทรัพย์รายแรกและรายเดียวที่ได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
“รางวัลนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า แสนสิริให้ความสำคัญกับการจัดการห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสู่การเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว และเป็นบริษัทอสังหาฯรายแรกของไทย ที่ตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ภายในปี 2050 และได้นำความยั่งยืนมาเป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินงาน ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 4,000 ราย เพื่อสนับสนุนให้คู่ค้าที่มี DNA ด้าน ESG และความยั่งยืนเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”นายอุทัยกล่าว


