หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.อ.ท. ถกปชป....

ส.อ.ท. ถกปชป. เร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย ชู4GO อัพเกรดอุตฯไทย

2.12.25 | 17:24 น.

ส.อ.ท. ถกปชป. เร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย ชู4GO อัพเกรดอุตฯไทย

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ได้ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อประชุมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย ณ ส.อ.ท.

เศรษฐกิจไทยต้อง “เร่งเครื่อง”

สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในวันนี้ เปรียบเสมือน “รถที่ติดหล่ม” ที่ต้องอาศัยแรงร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อดึงให้เดินหน้าได้อีกครั้ง รัฐบาลจึงผลักดันนโยบาย Quick Big Win เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แก้ปัญหาหนี้ และฟื้นภาคท่องเที่ยวให้กลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของประเทศ

ในมุมของภาคอุตสาหกรรม เรายังคงเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งมาตรการภาษีจากต่างประเทศ สินค้าทุ่มตลาด ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาแรงงาน หนี้ครัวเรือน ค่าเงินบาทที่ผันผวน ผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมผู้สูงอายุ ระบบการศึกษา งบประมาณ และกฎหมายล้าสมัย

Advertisement

แนวทาง 4GO เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย

ส.อ.ท. จึงได้กำหนดแนวทาง 4GO ภายใต้นโยบาย ONE FTI เพื่อเสริมความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ได้แก่

  1. Go Digital & AI – เพิ่มขีดความสามารถด้วยดิจิทัลและ AI

2.Go Innovation – ผลักดันผู้ประกอบการ “จิ๋วแต่แจ๋ว” ด้วยนวัตกรรม

3.Go Global – ขยายโอกาสสินค้าและบริการไทยสู่ตลาดโลก

4.Go Green – พัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050

แนวทางนี้มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้ประเทศไทยแข็งแกร่งขึ้นอย่างยั่งยืน

ข้อเสนอพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 8 ด้าน

ในการหารือวันนี้ ส.อ.ท. ได้นำเสนอแนวทางสำคัญ 8 ด้าน ได้แก่

1.ปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ ยกระดับ Ease of Doing Business ผ่าน Omnibus Laws / Regulatory Guillotine รวมถึงผลักดัน พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกภาครัฐ

2.พัฒนาบุคลากรและแรงงาน ปรับค่าจ้างตามข้อมูลเศรษฐกิจพื้นที่ ส่งเสริม Labour Productivity และ Pay by Skills

3.บริหารจัดการพลังงานทั้งระบบ ทบทวนแผนพลังงานชาติ (NEP) ลดต้นทุนพลังงาน และร่วมมือแก้ปัญหาพลังงานอย่างเป็นระบบ

4.ส่งเสริมการค้า–การลงทุน และอุตสาหกรรม S-Curve เร่งข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) สนับสนุน Made in Thailand (MiT) และปกป้องสินค้านำเข้าที่ไม่ได้คุณภาพ

5.ขับเคลื่อนเทคโนโลยี–นวัตกรรม–ดิจิทัล สนับสนุน Digital Transformation โจทย์นวัตกรรมรายอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ

6.พัฒนาอุตสาหกรรมยั่งยืน (BCG/ESG) และบริหารจัดการน้ำ เตรียมรับมาตรการ Climate Change และผลักดัน Circular Materials / Waste Symbiosis

7.เสริมศักยภาพ SME ให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ขยายสิทธิประโยชน์ และผลักดัน Soft Loan

8.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์และพื้นที่อุตสาหกรรม ปรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ พัฒนาระบบโลจิสติกส์ และส่งเสริมการค้าชายแดน

การประชุมในวันนี้ทำให้เห็นว่ามุมมองของ ส.อ.ท. และพรรคประชาธิปัตย์มีความสอดคล้องกันในหลายมิติ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยต่อยอดสู่การกำหนดนโยบายที่เกิดประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคตครับ