ส.อ.ท. ถกปชป. เร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย ชู4GO อัพเกรดอุตฯไทย
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ได้ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อประชุมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย ณ ส.อ.ท.
เศรษฐกิจไทยต้อง “เร่งเครื่อง”
สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในวันนี้ เปรียบเสมือน “รถที่ติดหล่ม” ที่ต้องอาศัยแรงร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อดึงให้เดินหน้าได้อีกครั้ง รัฐบาลจึงผลักดันนโยบาย Quick Big Win เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แก้ปัญหาหนี้ และฟื้นภาคท่องเที่ยวให้กลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของประเทศ
ในมุมของภาคอุตสาหกรรม เรายังคงเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งมาตรการภาษีจากต่างประเทศ สินค้าทุ่มตลาด ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาแรงงาน หนี้ครัวเรือน ค่าเงินบาทที่ผันผวน ผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมผู้สูงอายุ ระบบการศึกษา งบประมาณ และกฎหมายล้าสมัย
แนวทาง 4GO เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย
ส.อ.ท. จึงได้กำหนดแนวทาง 4GO ภายใต้นโยบาย ONE FTI เพื่อเสริมความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ได้แก่
- Go Digital & AI – เพิ่มขีดความสามารถด้วยดิจิทัลและ AI
2.Go Innovation – ผลักดันผู้ประกอบการ “จิ๋วแต่แจ๋ว” ด้วยนวัตกรรม
3.Go Global – ขยายโอกาสสินค้าและบริการไทยสู่ตลาดโลก
4.Go Green – พัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050
แนวทางนี้มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้ประเทศไทยแข็งแกร่งขึ้นอย่างยั่งยืน

ข้อเสนอพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 8 ด้าน
ในการหารือวันนี้ ส.อ.ท. ได้นำเสนอแนวทางสำคัญ 8 ด้าน ได้แก่
1.ปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ ยกระดับ Ease of Doing Business ผ่าน Omnibus Laws / Regulatory Guillotine รวมถึงผลักดัน พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกภาครัฐ
2.พัฒนาบุคลากรและแรงงาน ปรับค่าจ้างตามข้อมูลเศรษฐกิจพื้นที่ ส่งเสริม Labour Productivity และ Pay by Skills
3.บริหารจัดการพลังงานทั้งระบบ ทบทวนแผนพลังงานชาติ (NEP) ลดต้นทุนพลังงาน และร่วมมือแก้ปัญหาพลังงานอย่างเป็นระบบ
4.ส่งเสริมการค้า–การลงทุน และอุตสาหกรรม S-Curve เร่งข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) สนับสนุน Made in Thailand (MiT) และปกป้องสินค้านำเข้าที่ไม่ได้คุณภาพ
5.ขับเคลื่อนเทคโนโลยี–นวัตกรรม–ดิจิทัล สนับสนุน Digital Transformation โจทย์นวัตกรรมรายอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ
6.พัฒนาอุตสาหกรรมยั่งยืน (BCG/ESG) และบริหารจัดการน้ำ เตรียมรับมาตรการ Climate Change และผลักดัน Circular Materials / Waste Symbiosis
7.เสริมศักยภาพ SME ให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ขยายสิทธิประโยชน์ และผลักดัน Soft Loan
8.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์และพื้นที่อุตสาหกรรม ปรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ พัฒนาระบบโลจิสติกส์ และส่งเสริมการค้าชายแดน
การประชุมในวันนี้ทำให้เห็นว่ามุมมองของ ส.อ.ท. และพรรคประชาธิปัตย์มีความสอดคล้องกันในหลายมิติ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยต่อยอดสู่การกำหนดนโยบายที่เกิดประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคตครับ

