หน้าแรก เศรษฐกิจ สรรพสามิต จ่อ...

สรรพสามิต จ่อชงครม. ปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียว ม.ค. 69 หวังลดแข่งขันด้านราคา ป้องบุหรี่เถื่อน

3.12.25 | 17:17 น.

สรรพสามิต จ่อชงครม. ปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียว ม.ค. 69 หวังลดแข่งขันด้านราคา ป้องบุหรี่เถื่อน

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างจัดทำร่างกฎกระทรวงเพื่อปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่จากระบบ 2 อัตรา เหลืออัตราเดียว (Single Rate) โดยคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนมกราคม 2569 หรือก่อนรัฐบาลประกาศยุบสภาฯ ตามกรอบที่กำหนดไว้ 31 ม.ค. 69 นี้

“การปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียว เป็นกฎกระทรวง ไม่ต้องเข้าสภาฯ โดยสามารถเสนอครม. และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาได้ทันที ก็ประกาศใช้ได้เลย ทั้งนี้จะมีช่วงเวลาปรับตัวหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายพรชัย กล่าว

นายพรชัยกล่าวว่า สำหรับเป้าหมายของการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ครั้งนี้คือ ลดแรงจูงใจผู้ผลิตให้ วิ่งเข้าหาอัตราต่ำกว่า โดยปัจจุบัน กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีตามมูลค่าแบ่งเป็น 2 อัตรา คือ หากราคาขายปลีกแนะนำไม่เกินซองละ 72 บาท เสียภาษีตามมูลค่าในอัตรา 25% ส่วนบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกแนะนำเกินซองละ 72 บาท เสียภาษีที่อัตรา 42%

ทำให้ราคาตลาดถูกตรึงไว้ที่ช่วง 72 บาทต่อซอง และเปิดช่องให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างไม่สมดุล ทำให้ผู้ผลิตมีอิสระตั้งราคามากขึ้น และไม่ต้องแข่งกันลดสินค้าไปอยู่ในเทียร์ต่ำ รวมถึงป้องกันการลักลอบบุหรี่เถื่อนและการขยายตัวของบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ

Advertisement

นายพรชัย กล่าวว่า ผลกระทบจากการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว แม้อาจทำให้ราคามีความผันผวนในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอุตสาหกรรมมีการปรับตัวต่อเนื่องอยู่แล้ว ประกอบกับบุหรี่เทียร์บนมีสัดส่วนลดลงเรื่อย ๆ ทำให้รายได้ภาษีหลักมาจากกลุ่มเทียร์ล่าง ดังนั้นการใช้อัตราเดียวจึงไม่น่าทำให้ตลาดผันผวน และผู้ประกอบการจะมีความยืดหยุ่นในการตั้งราคามากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคมักปรับตัวไปหาสินค้าทดแทน เช่น นิโคตินสำเร็จรูป ซึ่งหากเป็นสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะถูกนำเข้าระบบภาษีสรรพสามิตเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ การปรับเป็นอัตราเดียวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่ดำเนินการปราบปรามสินค้าหนีภาษีอย่างจริงจัง เพราะเป้าหมายของกรมสรรพสามิตไม่ใช่การเพิ่มการบริโภค แต่คือการควบคุมสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ให้มีระบบเก็บภาษีที่เป็นธรรม ลดช่องว่างที่ทำให้เกิดสินค้าทดแทนหรือสินค้าลักลอบ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า

โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ผลการจับกุมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยจับได้แล้วกว่า 4,000 คดี ของกลาง 700,000 ซอง หรือราว 14 ล้านมวน รัฐสูญเสียภาษีเกือบ 40 ล้านบาท แต่เก็บค่าปรับได้ประมาณ 500 ล้านบาท

“ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การปรับ ภาษีบุหรี่ให้เป็นอัตราเดียวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องควบคู่กับ มาตรการปราบปรามบุหรี่เถื่อนอย่างเข้มงวด เพื่อให้บุหรี่ลักลอบนำเข้าออกจากตลาดไทยอย่างถาวร” อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าว