“พิพัฒน์” นำทีมวางแผนพัฒนาภาคใต้ทั้งระบบฟื้นศก. คุณภาพชีวิต การศึกษา ชูท่องเที่ยวปลอดภัย ฮาลาล สร้างงานคนในพื้นที่
——-
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประจำภาคใต้ และคณะอนุกรรมการประจำภาคใต้ชายแดน เป็นประธานการประชุมเพื่อกลั่นกรองแผนพัฒนาจังหวัด–กลุ่มจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2570 รวมถึงโครงการสำคัญของส่วนราชการ เพื่อใช้เป็นกรอบในการฟื้นฟูและวางอนาคตภาคใต้อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีผู้แทนจากสภาพัฒน์ฯ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ ป.ย.ป. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มอ่าวไทย–อันดามัน และผู้ว่าราชการจังหวัดในสามจังหวัดชายแดนใต้ เข้าร่วม
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด 11 จังหวัด 2 กลุ่มจังหวัด และภาคใต้ชายแดน 3 จังหวัด 1 กลุ่มจังหวัด โดยมีการทบทวนศักยภาพ ปัญหา และโอกาสของแต่ละพื้นที่ใหม่ ปรับเป้าหมายและตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก การขยายตัวของเมือง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และโอกาสด้านการท่องเที่ยว–เกษตรมูลค่าสูง–โลจิสติกส์สมัยใหม่
ในส่วนของ แผนปฏิบัติราชการปี 2570 เร่งด่วน ภาคใต้ สนับสนุน 452 โครงการ วงเงินราว 3,900 ล้านบาท ภาคใต้ชายแดน สนับสนุน 150 โครงการ วงเงินกว่า 1,400 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอโครงการสำคัญจากส่วนราชการส่วนกลาง อาทิ โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเรือสำราญ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical–Wellness) โครงการยกระดับมาตรฐานปาล์มน้ำมัน–โอเลโอเคมิคอล โครงการป้องกันอุทกภัยพื้นที่ทะเลน้อย, โครงการพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ,โครงการพัฒนาเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นต้น ทั้งหมดจะถูกรวบรวมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการบริหารจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.บ.) ในลำดับต่อไป
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา พื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้ ทั้งสงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ต ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอุทกภัย ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้เร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางคมนาคม และบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง จึงขอกำชับให้คณะอนุกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคิดไกลกว่าการซ่อมแซม คือใช้โอกาสการฟื้นฟูเพื่อยกระดับภาคใต้ให้แข็งแรงกว่าเดิม โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว
“สำหรับจังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นประตูท่องเที่ยวชายแดนสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย นายพิพัฒน์ย้ำว่า เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาครั้งแรก เราต้องทำให้เขาอยากกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จึงต้องฟื้นให้เร็ว และทำให้ปลอดภัยที่สุด ทั้งระบบคมนาคมและการบริการของเมือง พร้อมเน้นให้ทุกหน่วยงานช่วยกันดูแลเรื่อง ความปลอดภัยนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ เพราะเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ภาคใต้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
นายพิพัฒน์ กล่าวถึงความห่วงใยเป็นพิเศษ ทั้งในมิติศาสนา การศึกษา ความมั่นคง และเศรษฐกิจครัวเรือน โดย3จังหวัดชายแดนใต้มีพี่น้องชาวมุสลิมกว่า 80% จึงอยากเห็นการพัฒนา อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อย่างจริงจัง ควบคู่กับการดูแลด้านการศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะ เพื่อให้เยาวชนได้รับการปลูกฝังความรู้และพัฒนาทักษะด้านการงานอาชีพ ส่งเสริมให้เยาวชนเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาภาคใต้
นายพิพัฒน์กล่าวในการประชุมถึงแนวคิดการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล รองรับการลงทุนด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลระดับโลก โดยได้หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในหลักการแล้วว่า เมื่อนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้เกิดขึ้น สิ่งที่จะดำเนินการควบคู่กันคือ การพัฒนาเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนใต้และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา เพื่อเป็นทรัพยากรหลักของนิคมอุตสาหกรรม ให้คนในพื้นที่มีงานทำโดยไม่ต้องอพยพออกไปทำงานจังหวัดอื่น
“นอกจากนี้ยังฝากผู้ว่าราชการจังหวัดในสามจังหวัดชายแดนใต้และพื้นที่ใกล้เคียง ให้ช่วยกันดูแลเรื่อง การคงไว้ซึ่งวันหยุดสำคัญของชาวมุสลิม และการจัดสวัสดิการด้านอาหารกลางวันให้ครูสอนศาสนาอย่างเพียงพอ พร้อมขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนหน่วยงาน และคณะอนุกรรมการทุกฝ่าย พร้อมกำชับให้ฝ่ายเลขานุการสรุปผลการกลั่นกรองโครงการทั้งหมด เสนอเข้าที่ประชุม ก.น.บ. โดยเร่งรัดเฉพาะโครงการที่เป็นประโยชน์กับประชาชน วัดผลได้จริง”นายพิพัฒน์กล่าว
และย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าฟื้นฟูภาคใต้จากวิกฤตอุทกภัย ควบคู่กับการวางรากฐานระยะยาว ทั้งด้านท่องเที่ยว การเกษตรมูลค่าสูง อุตสาหกรรมฮาลาล โลจิสติกส์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อสร้างอนาคตความเป็นอยู่ที่ดีให้พี่น้อง 14จังหวัดภาคใต้ได้อย่างยั่งยืน

