นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนมีนาคม 2560 มีมูลค่า 20,888 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 9.22% ส่งผลให้การส่งออกไตรมาส 1/2560 มีมูลค่ารวม 56,456 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4.88% ซึ่งถือว่าดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ และอยู่ในระดับค่อนข้างดี เนื่องจากราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น และราคาสินค้าเกี่ยวเนื่องน้ำมัน ราคายางพาราและผลิตภัณฑ์ยางราคาสูงขึ้นด้วย และตลาดส่งออกส่วนใหญ่พลิกกลับมาขยายตัว ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเร่งคำสั่งซื้อสินค้าในช่วงเวลาที่ผ่านมา อาจเกิดจากความกังวลของประเทศคู่ค้าจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (เอ็นทีบี) โดยเฉพาะการตอบโต้ทางการค้าระหว่างประเทศของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจซึ่งเริ่มต้นโดยสหรัฐอเมริกา
“การส่งออกไตรมาส 1 ปีนี้ออกมาดีเกินคาด สภาผู้ส่งออกจึงปรับคาดการณ์ส่งออกปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 2.5-3.5% จาก 2-3% เพราะเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น ราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น คาดการส่งออกไตรมาส 2 นี้จะเติบโตต่อเนื่อง ขยายตัว 5% เนื่องจากผู้ค้าในต่างประเทศเร่งซื้อสินค้าเพื่อทดแทนสินค้าคงคลังที่ลดต่ำลงอย่างมากในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่วนไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ หากเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและคาบสมุทรเกาหลีไม่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งออกในแต่ละไตรมาสจะขยายตัวได้ 2-3%” นางสาวกัณญภัคกล่าว
นางสาวกัณญภัคกล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง ยังมีปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกอยู่ ซึ่งหากมีความรุนแรงก็อาจจะมีผลให้การส่งออกลดลงได้ ไม่ว่าจะเป็นการออกมาตรการออกมาบังคับใช้ของสหรัฐอเมริกาในไตรมาส 3 นี้ หลังจากที่มีคำสั่งพิเศษให้มีการแก้ไขปัญหาการขาดดุลทางการค้าของสหรัฐ การออกมาตรการตอบโต้ของประเทศคู่ค้าทั่วโลก เช่น มาตรการเอ็นทีบี ในเรื่องสิ่งแวดล้อม และแรงงาน หลังสหรัฐกำหนดมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) และการให้การสนับสนุน (ซีวีดี) ความกังวลความขัดแย้งในตะวันออกกลางและคาบสมุทรเกาหลี และสถานการณ์หนี้ทั่วโลกที่สูงขึ้น 315% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมทั่วโลก จึงเห็นว่าการส่งออกไทยในครึ่งปีหลังอาจไม่สดใสเหมือนช่วงครึ่งปีแรก
“แม้มีปัจจัยลบต่อการส่งออกแต่ก็ไม่ได้กระทบกับทุกอุตสาหกรรม อย่างอุตสาหกรรมอาหาร มองว่าไม่ได้รับผลกระทบนัก เช่น ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป อาหารทะเล เป็นสินค้าที่มีไขมันต่ำปริมาณการบริโภคของคนในโลกยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กลุ่มผักผลไม้คาดปีนี้ส่งออกได้เพิ่มมากขึ้น เพราะมีฝนปกติและภัยแล้งไม่รุนแรงเท่ากับปีที่ผ่านมา ส่วนอุตสาหกรรมอื่นๆ ต้องติดตามดูเศรษฐกิจของประเทศใหญ่ๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดังนั้นเพื่อเตรียมการรับมือจึงมีข้อเสนอแนะว่าควรประเมินสถานการณ์แบบเลวร้ายที่สุดเพื่อให้ทราบผลกระทบและวางแผนรับมือบรรเทาความเสียหายในแต่ละอุตสาหกรรม เร่งสร้างภาพลักษณ์ของประเทศให้คู่ค้าเชื่อมั่นในสินค้าไทย ส่งเสริมการค้าผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ เน้นการจราจรการค้าเสรีแบบทวิภาคี เป็นต้น” นางสาวกัณญภัคกล่าว
นางสาวกัณญภัคกล่าวว่า ส่วนกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เชิญพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสหรัฐว่า ที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาไม่ยอมรับการเจรจาในระดับสูง แต่เมื่อนายทรัมป์เชิญนายกรัฐมนตรีของไทยสะท้อนการยอมรับในระดับหนึ่งและเป็นการเปิดโอกาส และจะได้เปิดอกพูดคุยกัน ถึงประเด็นที่ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐในการส่งออกด้วย ส่วนนายทรัมป์มีนโยบายลดภาษีนิติบุคคล หากทำได้จะกระตุ้นการจ้างงานและการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งดีต่อการส่งออกไทย ขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในวันที่ 7 พฤษภาคม หากนายเอ็มมานูเอล มาครง พรรคออง มาร์ช ได้รับเลือก คาดจะเดินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งออกไปสหภาพยุโรป (อียู) ก็จะดีขึ้น และสหราชอาณาจักร (ยูเค) ต้องจ่ายเงินให้กับอียูถึง 1 แสนล้านยูโร ก็จะส่งผลดีต่ออียูด้วย

