วันที่ภูมิอากาศเปลี่ยนรุนแรง ‘บ้านของเรา’…ไม่เหมือนเดิมได้อีกต่อไป
ช่วงที่ผ่านมา หลายพื้นที่ของไทย โดยเฉพาะภาคใต้เผชิญน้ำท่วมฉับพลันจากฝนที่ตกหนักกว่าค่าเฉลี่ยอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันหลายจังหวัดกลับเจอกับคลื่นความร้อนยาวนานผิดปกติ เหตุการณ์สุดขั้วเหล่านี้เกิดถี่ขึ้นจนกลายเป็น “ความปกติใหม่” ของสภาพอากาศไทย เป็นมากกว่าสัญญาณเตือนถึงภาวะโลกร้อนและลานีญาไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กระทบวิถีชีวิตของทุกครอบครัวโดยตรง
ในโลกที่เปลี่ยนเร็วขนาดนี้ บ้านจึงไม่ใช่แค่ที่พักอาศัยอีกต่อไป แต่คือแนวป้องกันแรกของครอบครัวทั้งต่อความร้อนที่ทำให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้น ต่อความไม่แน่นอนของระบบพลังงานในช่วงภัยพิบัติและต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวของผู้อยู่อาศัย
●ดังนั้น คำถามของการซื้อบ้านยุคนี้จึงไม่ใช่แค่ “อยู่ที่ไหน?” หรือ “ราคาเท่าไหร่?” แต่ต้องถามเพิ่มว่า “บ้านหลังนี้พร้อมรับมือโลกที่เปลี่ยนไปหรือไม่?”
และนี่คือเหตุผลที่ “ความยั่งยืน” ไม่ได้เป็นเพียงคีย์เวิร์ด หรือ “เทรนด์” แต่เป็น “ความจำเป็นของการอยู่อาศัยในยุคใหม่” ดิฉันเชื่อเสมอว่า บ้านที่ดี ต้องดีทั้งต่อลูกบ้านและดีต่อโลกใบนี้ไปพร้อมกัน นี่คือหลักคิดที่ยึดถือมาตลอด และเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาแนวทาง “บ้านใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด” เพื่อให้บ้านพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น ผ่าน Solar Rooftop และแบตเตอรี่เก็บพลังงานที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ให้บ้านพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น และสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้ลูกบ้านได้จริง
●โมเดลบ้านอนาคตของเสนา “พลังงานสะอาดที่จับต้องได้จริง”
ปีนี้ เสนาเดินหน้ายกระดับบ้านโซลาร์ไปอีกขั้น จากเดิมที่ติดตั้งระบบ 3 กิโลวัตต์แบบไม่มีแบตเตอรี่ เรายกระดับสู่ระบบโซลาร์ขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมแบตเตอรี่สำหรับสำรองพลังงาน ที่โครงการเสนาพาร์คแกรนด์รามอินทรา 2 บ้านเดี่ยวทุกหลังติดตั้ง Solar Rooftop 7 กิโลวัตต์ พร้อมด้วยแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน 9.6 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ผลลัพธ์คือบ้านสามารถผลิตไฟได้มากขึ้น ใช้งานได้ถึงตอนกลางคืน และช่วยประหยัดค่าไฟได้สูงสุดกว่า 85% หรือเฉลี่ย 4,000-5,000 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ไฟของแต่ละครอบครัว)
เสนาเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวของไทย ที่ติดตั้ง Solar Rooftop ให้ลูกบ้าน “ทุกหลัง” และเป็นผู้บุกเบิกโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ในบ้านระดับราคา 10-15 ล้านบาท เพื่อพิสูจน์ว่านวัตกรรมพลังงานสะอาดคุณภาพระดับสากล สามารถ “เข้าถึงได้จริง” ไม่ใช่เฉพาะบ้านหรูราคาแพง
นอกจากประหยัดค่าไฟ บ้านยัง สำรองไฟได้เมื่อไฟดับหรือเหตุฉุกเฉิน และสอดคล้องกับมาตรการภาษีของรัฐที่สนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านพักอาศัย สูงสุดถึง 200,000 บาท รวมถึงสินเชื่อ Green Loan จากธนาคารพันธมิตรที่มีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านสู่ “บ้านพลังงานเป็นศูนย์” เป็นเรื่องที่เป็นไปได้สำหรับครอบครัวไทยมากขึ้นกว่าเดิม
●Perovskite Solar Cell เทคโนโลยีโซลาร์แห่งอนาคต ที่ไร้ขีดจำกัด
อีกก้าวสำคัญของเสนา คือความร่วมมือกับแม็คนิก้า (Macnica) บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของญี่ปุ่น ที่เชี่ยวชาญด้านเซมิคอนดักเตอร์และโซลูชั่นดิจิทัลระดับโลก เสนาเป็นรายแรกของไทยที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ภายใต้โครงการ Joint Crediting Mechanism (JCM) เพื่อทดสอบแผงโซลาร์เพอรอฟสไกต์ (Perovskite Solar Cell) ในสภาพอากาศจริงของไทย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกที่เทคโนโลยีนี้ถูกทดสอบที่โครงการอสังหาริมทรัพย์
●Perovskite Solar Cell คืออะไร? ทำไมทั่วโลกจับตามอง
Perovskite Solar Cell เทคโนโลยีโซลาร์ยุคใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย ศ.ซึโตะมุ มิยะซากะ จากมหาวิทยาลัย Toin Yokohama University ท่านคือผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลด้านเคมี ความโดดเด่นของ Perovskite Solar Cell คือ บาง เบา ยืดหยุ่น ติดตั้งได้ในพื้นที่ที่โซลาร์ทั่วไปทำไม่ได้ เช่น ผนังแนวดิ่งหรือพื้นผิวโค้ง และยังผลิตไฟได้ดีแม้ใน แสงเช้า แสงเย็น วันที่มีเมฆมาก หรือแม้แต่แสงจากไฟ LED
คุณสมบัติเหล่านี้ยิ่งเห็นภาพชัด เมื่อเปรียบเทียบกับโซลาร์เซลล์แบบเดิมที่ส่วนใหญ่ทำจาก Silicon ซึ่งเป็นวัสดุแข็ง หนา ต้นทุนสูง และมีข้อจำกัดด้านการติดตั้งเฉพาะบน “หลังคา” เป็นหลัก ขณะที่ Perovskite Solar Cell มีข้อได้เปรียบมากกว่า คือ ต้นทุนต่ำกว่า Silicon ราว 15 เท่า รีไซเคิลง่ายกว่า ใช้วัสดุน้อยกว่า และมีศักยภาพลดปริมาณ “ขยะโซลาร์” ในอนาคตได้อีกด้วย
และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ดิฉันมีโอกาสไปดูงาน World Expo 2025 Osaka Kansai เป็นเวทีระดับโลกของเทคโนโลยีแห่งอนาคต และได้เห็น Perovskite Solar Cell ถูกนำมาใช้งานจริงในหลายพื้นที่ของงาน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอาคาร พื้นที่จัดแสดง กล่องพลังงาน หรือจุดทดลองสาธารณะ แม้เทคโนโลยีนี้ยังมีต้นทุนที่สูงเกินกว่าจะใช้งานเชิงพาณิชย์ แต่การที่นำไปใช้จริงในงานระดับโลกสะท้อนให้เห็นว่า นี่คือทิศทางของพลังงานสะอาดในอนาคต ไม่ใช่เพียงแนวคิดในห้องทดลอง และเป็นความหวังใหม่ในการทำให้พลังงานเข้าถึงได้ในต้นทุนที่ถูกลงกว่านี้มากในอนาคต
เสนาได้ติดตั้งชุดทดสอบ Perovskite Solar Cell บนอาคารคลับเฮาส์ของโครงการเสนาพาร์ควิลล์ 2 รามอินทรา-วงแหวน ตั้งแต่ปลายปี 2567 เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในสภาพอากาศจริงของไทย ทั้งความร้อน ความชื้น และฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายที่สุดของโลก ข้อมูลทั้งหมดรวบรวมแบบ
เรียลไทม์ผ่านตู้ควบคุมระบบ และส่งขึ้น Cloud Data ให้ทีมวิจัยญี่ปุ่นวิเคราะห์อย่างละเอียด
มากกว่าการทดสอบเทคโนโลยี แต่คือการร่วมสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้วงการพลังงานสะอาดระดับโลก และอาจเป็นก้าวแรกที่ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในเทคโนโลยีโซลาร์แห่งอนาคต
●นี่คือความยั่งยืน…ในแบบของเสนา
เรามุ่งมั่นทำงานด้านความยั่งยืน ไม่ใช่เพราะเป็นเทรนด์ หรือเพราะโลกบอกให้ทำ แต่เพราะเรามั่นใจว่า “คนอยู่ต้องได้ประโยชน์ก่อน โลกได้ประโยชน์ตาม และธุรกิจจึงจะเติบโตอย่างยั่งยืนจริง” นี่คือหลักคิดที่ทำให้เสนายังคงเดินหน้า ทั้งบ้านพลังงานศูนย์ คอนโดโลว์คาร์บอน และการทดลอง Perovskite Solar Cell
เพื่อพิสูจน์ว่าการอยู่อาศัยแบบยั่งยืนไม่จำเป็นต้องแพงกว่าแต่ควรได้อยู่จริง ประหยัดจริง ลดคาร์บอนจริง
●บ้านที่ดีคือบ้านที่พร้อมรับอนาคต
ในโลกที่ภูมิอากาศเปลี่ยนรุนแรง บ้านของเราจะไม่เหมือนเดิมได้อีกต่อไป บ้านต้องผลิตพลังงานเองได้ ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายต้องลดภาระต่อโลก และต้องทำให้ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตได้ดีขึ้นจริง นี่คือเส้นทางที่ดิฉันจะเดินต่อไปด้วยความเชื่อมั่นว่าความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่คืออนาคตของการใช้ชีวิตของพวกเราทุกคน

