อรรถกร แจงสารพัดปมซีเกมส์ 2025 พ้อเหมือนโดนวางยา ยันเลือกสิ่งที่ดี-ปลอดภัยสุดแล้ว
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากปัญหาดราม่าการจัดแข่งขันซีเกมส์ 2025 ในเรื่องสื่อประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะโปสเตอร์โปรโมตการจัดที่ทำขึ้นผ่านระบบเอไอ แต่มีการจัดวางที่ล่าสมัยและไม่สะท้อนความเป็นนักออกแบบนั้น เบื้องต้นอยู่ระหว่างการเข้าไปดูว่าผู้ที่รับไปทำเป็นฝ่ายใด หากพิจารณาแล้วพบว่า ไม่ตรงตามมาตรฐานจริงๆ อาจต้องดูอีกครั้งว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง เพราะต้องพิจารณาสัญญาที่ทำไว้ด้วย โดยต้องบอกว่าหลังจากเข้ามารับตำแหน่ง วันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ก็เพิ่งรู้ว่ามีภารกิจหลักคือการจัดแข่งขันซีเกมส์ จึงพยายามให้กีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพิ่มสื่อประชาสัมพันธ์ อย่างป้ายที่เห็นกันตามทางด่วนหรือถนนต่างๆ ก็มาทีหลังในรุ่นของตัวเอง จึงรู้สึกเหมือนตัวเองโดนวางยาในหลายๆ อย่างที่เกิดข้อผิดพลาดขึ้น แต่ยืนยันว่าตัวเองพยายามทำงานทุกวัน และสิ่งที่พยายามขับเคลื่อน หรือคัดเลือกออกมานั้น เป็นตัวเลือกที่ดีและปลอดภัยที่สุดแล้ว
“กระทรวงจะเข้าไปดูว่า บริษัทที่รับทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ออกมา เป็นบริษัทใด จัดตั้งมากี่ปีแล้ว กลุ่มผู้จัดทำมีอายุเท่าไหร่ถึงได้ทำออกมา ส่วนในขั้นตอนจะทำอย่างไรต่ออาจต้องพิจารณาอีกครั้ง ส่วนการจัดทำโปสเตอร์ใหม่ หากมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถในด้านการออกแบบ มีองค์ความรู้ รวมถึงเป็นผู้เชี่ยวชาญ แสดงความต้องการที่จะออกแบบให้ก็ยินดีมาก ไม่ได้ปิดกั้นเลย แต่ที่ผ่านมายังไม่มีใครติดต่อเข้ามาว่าต้องการทำให้ โดยหากมีใครมองว่างานที่ออกแบบเข้ากับซีเกมส์ครั้งนี้ ก็สามารถติดต่อมายังกระทรวงเพื่อดูว่าจะสามารถทำอะไรเพิ่มเติมร่วมกันได้” นายอรรถกร กล่าว
นายอรรถกร กล่าวว่า สำหรับกรณีการที่มีกลุ่มหญิงสาวชูป้ายโปรโมทเว็บพนันข้างสนามฝั่งผู้ชมในเกมการแข่งขันนั้น เบื้องต้นต้องบอกว่าผิดกฎหมายแน่นอน โดยได้มอบให้ผู้บริหารของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แจ้งความเอาผิดตามกฎหมาย เพราะเกิดขึ้นในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งกระทรวงกำกับดูแลอยู่ โดยมีความกังวลผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวโลกด้วย เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าไม่ดี เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและผิดกฎหมาย โดยจากนี้จะไล่ดูความพร้อมและความเรียบร้อยในด้านต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชมที่จะเข้าไปดูการแข่งขันในช่วงถัดไป แต่ในการปฏิบัติจริงอาจไม่สามารถตรวจสอบได้ 100% ขนาดนั้น หากไม่ใช่อาวุธอันตราย แต่ได้สั่งการกำชับทีมงาน และเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ตรวจสอบการพกพาวัตถุต้องสงสัยทุกรายการ หากมีความผิดปกติให้เข้าชาร์จทันที
“มุมกล้องที่ถ่ายทอดสดออกมา หากมีอะไรผิดปกติจะต้องย้ายมุมกล้องและเข้าชาร์จในจุดหรือบริเวณนั้นทันที ซึ่งเชื่อว่าสามารถทำได้ เพราะเวลาถ่ายทอดสด จะมีช่วงเวลาที่หน่วงจากเวลาจริง จึงอาจเป็นช่วงที่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ โดยจากข้อสงสัยในโลกออนไลน์ ที่มองว่า มีทีมงานรับรู้ในการปล่อยให้เกิดภาพถ่ายทอดสดในกลุ่มผู้กระทำความผิดนั้นด้วยหรือไม่ อันนั้นจะต้องตรวจสอบอีกครั้ง และเอาผิดให้ได้ตามกฎหมาย แต่ในความเชื่อของตัวเองที่เชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจ มองว่าคงไม่ได้รู้เรื่องด้วย เป็นเพียงการถ่ายทอดสดภาพสีสันขอบสนามเหมือนในต่างประเทศที่ทำกันมากกว่า” นายอรรถกร กล่าว

