นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.) เปิดเผยว่า รัฐบาล และธปท. มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์(อีเพย์เม้นต์) และส่งเสริมให้มีระบบชำระเงินภายในประเทศ เพื่อลดการใช้เงินสดซึ่งมีต้นทุนสูงและเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ใช้บัตรเดบิตรูดจ่ายค่าสินค้าและบริการ แทนที่จะใช้กดเงินสดเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีสร้างความเชื่อมั่นในการใช้อีเพย์เม้นต์ผ่านการเปลี่ยนบัตรแถบแม่เหล็กเป็นบัตรแบบชิปการ์ดและสามารถใช้รหัส 6 หลักในการยืนยันตัวตนแทนการเซนต์ชื่อ ตั้งเป้าหมายจะเปลี่ยนให้ครบในปี 2562 ปัจจุบัน โดยตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมามีประชาชนมาเปลี่ยนบัตรเดบิตเป็นชิปการ์ดสัดส่วน 20% จากฐานบัตรเดบิตที่เป็นแถบแม่เหล็กทั้งระบบประมาณ 50 – 60 ล้านใบ ทั้งนี้ ยังได้ร่วมกับรัฐบาล สนับสนุนโครงการขยายการใช้บัตรเดบิต โดยส่งเสริมให้มีการวางเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิดส์(อีดีซี) เพิ่มอีก 5.6 แสนเครื่องมซึ่งจะทำให้มีจุดรับบัตรเพิ่มมากขึ้นและมีแรงจูงใจ ในการเข้าร่วมของร้านค้ากำหนดค่าธรรมเนียมการรับบัตรไม่เกิน 0.55% จากเดิม 1-2% และกระตุ้นให้มีใช้โดยจัดการชิงโชคมูลค่ารางวัลกว่า 84 ล้านบาท ซึ่งกลังจากนี้คาดว่าจะมีการใช้บัตรเดบิตในการชำระเงินมากขึ้น
นางสาววรรณา นพอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ จำกัด กล่าวว่า ไอทีเอ็กเอ็กซ์ได้พัฒนาระบบพร้อมการ์ด ซึ่งเป็นระบบชำระเงินในประเทศ และเพื่อให้สามารถนำบัตรไปใช้ชำระเงินในต่างประเทศได้ จึงได้ร่วมมือกับ มาสเตอร์การ์ด เปิดตัว บัตรพร้อมการ์ด เดบิต มาสเตอร์การ์ด เป็นบัตรเดบิตสามารถใช้ทำธุรกรรม ถอนเงินสด โอนเงิน และทำธุรกรรมทางการเงินอื่นๆ ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม รวมถึงรูดชำระเงินให้ร้านค้าในไทย และทั่วโลก เบื้องต้น มีพันธมิตร ได้แก่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารยูโอบี และธนคารธนชาต ที่จะมาร่วมออกบัตรนี้
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตยังมีธนาคารอื่นๆ อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคารอสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารทิสโก้ ธนาคารเพื่อการเกษตรอละสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เป็นต้น มาร่วมออกบัตร คาดว่าจะธนาคารซิตี้แบงก์และธนาคารไทยพาณิชย์ จะเริ่มออกบัตรได้ก่อนในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งนี้ จากการที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมอีเพย์เม้นต์และส่งเสริมการใช้บัตรมากขึ้น ซึ่งคาดว่าภายในระยะ 1 ปี จากนี้จะทีดารติดตั้งเครื่องอีดีซีรวมกว่า 1 ล้าน จะช่วยส่งเสริมให้มีการใช้บัตรูดชำระค่าสินค้าและมีธุรกรรมผ่านบัตรเดบิตมากขึ้นจากปัจจุบันที่สูงสุดมีธุรกรรมผ่านบัตรเดบิตมากกว่า 1 ล้านรายการต่อวัน

