สรท.เปิดผลกระทบ เหตุปะทะชายแดนไทย-เขมร แนะ 4 เรื่อง ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจริงจัง
วันที่ 8 ธันวาคม นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า สรท.ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีที่เกิดการเผชิญหน้า หรือมีความเสี่ยงปะทะเพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้า และมีความเปราะบางสูง
ทั้งนี้ สถานการณ์ที่ตึงเครียดต่อเนื่อง มีแนวโน้มส่งผลกระทบโดยตรงต่อ
1.ความมั่นคงของเส้นทางการค้าชายแดน 2.ต้นทุนด้านโลจิสติกส์และเวลาขนส่ง 3.ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ผู้ส่งออก และผู้บริโภค ซึ่งอาจซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจที่กำลังชะลออยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ปกติควรเป็นฤดูกาลที่กิจกรรมเศรษฐกิจฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจริงที่เกิดขึ้นต่อผู้ส่งออกไทย ในปัจจุบัน ผู้ส่งออกจำนวนมากได้ หยุดการขนส่งผ่านด่านชายแดน และจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปใช้เส้นทางเรือ (sea freight) และการลากตู้ทางบกในระยะทางที่ไกลขึ้น (inland haulage) เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและความล่าช้า
ซึ่งการเปลี่ยนเส้นทางดังกล่าว ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงระยะเวลาขนส่งยาวขึ้น และกระทบต่อความสามารถแข่งขันของผู้ส่งออกไทย โดยผลกระทบนี้รุนแรงเป็นพิเศษสำหรับ SMEs ที่มีความอ่อนไหวต่อต้นทุนและสภาพคล่อง
นายธนากร กล่าวว่า ข้อเสนอของ สรท.ต่อรัฐบาลนั้น สรท.ขอเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง ดังนี้
1.ใช้สันติวิธีและการทูตเป็นกลไกหลัก เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลุกลาม ซึ่งจะช่วยรักษาความเชื่อมั่นจากคู่ค้าต่างประเทศและปกป้องภาพลักษณ์ของประเทศไทย
2.บริหารจัดการพื้นที่ชายแดนให้ปลอดภัย พร้อมดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพเส้นทางโลจิสติกส์
รวมถึงการเตรียมความพร้อมของด่านทางเลือกหรือเส้นทางขนส่งสำรอง เพื่อไม่ให้ระบบส่งออกหยุดชะงัก
3.สื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง เพื่อลดความกังวลของประชาชน นักท่องเที่ยว และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งบรรยากาศด้านความเชื่อมั่นมีผลโดยตรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
4.พิจารณามาตรการบรรเทาต้นทุนโลจิสติกส์เร่งด่วน เช่น มาตรการลดค่าใช้จ่ายท่าเรือ การอำนวยความสะดวกพิธีการศุลกากร และสิทธิประโยชน์ภาษีชั่วคราว เพื่อช่วยผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนเส้นทางขนส่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายธนากร กล่าวว่า นอกจากนี้ ผลต่อบรรยากาศช่วงปีใหม่นั้น หากสถานการณ์ยังคงตึงเครียดหรือเกิดเหตุปะทะเพิ่มเติม อาจส่งผลต่อความรู้สึกปลอดภัยของประชาชน รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ และกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงเทศกาล ซึ่งอาจทำให้บรรยากาศเศรษฐกิจช่วงปีใหม่ “อ่อนแรงกว่าที่ควรจะเป็น” แต่หากรัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้ดี ใช้การทูตเชิงรุก และสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบดังกล่าวจะลดลงและจำกัดอยู่ในบางพื้นที่เท่านั้น”
“สรท.ขอเน้นย้ำว่าเสถียรภาพชายแดน เท่ากับ เสถียรภาพด้านการค้าและเศรษฐกิจโดยตรง ภาครัฐจึงควรดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้ความตึงเครียดลุกลาม พร้อมช่วยเหลือผู้ส่งออกที่กำลังเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการเปลี่ยนเส้นทางขนส่ง”นายธนากร กล่าว

