MR.D.I.Y. ปักธงปี 2570 เดินหน้าขยาย 1,500 สาขา บุกทุกชุมชน มั่นใจสินค้าราคาประหยัดเติบโต
ต้องยอมรับว่า”เศรษฐกิจไทยในปี 2568” เผชิญกับปัญหาท้าทายมากมาย รวมถึงกำลังซื้อของธุรกิจแต่ละเซ็กเตอร์ที่ไม่เหมือนเดิม

สำหรับธุรกิจค้าปลีก”อานุภาพ คงมาลัย” รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MR.D.I.Y. ได้นิยามเศรษฐกิจปี 2568 เป็นปีที่เห็นพฤติกรรมผู้บริโภคชัดเจนขึ้นว่าต้องการสินค้าที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่าย สอดคล้องกับ MR.D.I.Y. ที่ช่วยผู้บริโภคประหยัดลดค่าครองชีพ ทำให้เป็นปีที่สามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้กำลังซื้อในบางกลุ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากภาวะแวดล้อมด้านเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ยังต้องติดตาม รวมถึงเหตุการณ์ไม่คาดคิด และภัยพิบัติ ล้วนส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
“เรายังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ดีแม้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว ผลจากการเดินหน้าขยายสาขาปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 สาขา ใน 77 จังหวัดทั่วไทย เพื่อรองรับความต้องการผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ”อานุภาพกล่าว
ปัจจัยบวกในปี2569 “อนุภาพ”มองว่า ความต้องการสินค้าแบบ Value-for-money ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ทั้งราคาที่เข้าถึงได้ คุณภาพที่เหมาะสม ทำให้ตลาดสินค้าราคาประหยัดยังมีโอกาสขยายตัวดี การขยายตัวของเมืองรองและชุมชนในระดับอำเภอ โครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้นและประชากรที่กระจายมากขึ้น เปิดโอกาสให้ธุรกิจค้าปลีกสามารถให้บริการใกล้ชิดผู้บริโภคมากขึ้น

สำหรับปัจจัยเสี่ยงคือ กำลังซื้อที่ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปจากภาวะดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูงและภาระทางการเงินของครัวเรือน ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มยังใช้จ่ายอย่าง”ระมัดระวัง”มากขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเมืองในไทย ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการตัดสินใจใช้จ่าย โดยเฉพาะหมวดสินค้าที่ไม่จำเป็นนัก ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวของภาคค้าปลีกต้องบริหารความเสี่ยงมากขึ้น
“MR.D.I.Y. เรายังเดินหน้าขยายสาขา มีเป้าหมายระยะกลางจะขยายให้ครบ 1,500 สาขาภายในปี 2570 โดยวางแผนลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างระมัดระวัง มีเป้าหมายชัดเจน เช่น จัดหาที่ดินสำหรับขยายคลังสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการจัดการสต็อกสินค้า ซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทในอนาคต รวมถึงบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาระดับราคาที่เข้าถึงได้ ยังเสริมความสามารถแข่งขันในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน เพิ่มความหลากหลายของสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องและมีสินค้าใหม่กว่า 500 รายการต่อเดือน เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่คุ้มค่าและช่วยครัวเรือนไทยลดภาระค่าครองชีพ“อานุภาพทิ้งท้าย


