หน้าแรก เศรษฐกิจ นายกฯสวนสนุก ...

นายกฯสวนสนุก ชี้ ปัจจัยรุมเร้าเยอะ ฉุดบรรยากาศเที่ยววูบ 50% ระบุ ต้องใช้เวลา ดึงลงทุนใหม่อีอีซี

12.12.25 | 14:07 น.

นายกฯสวนสนุก ชี้ ปัจจัยรุมเร้าเยอะ ฉุดบรรยากาศเที่ยววูบ 50% ระบุ ต้องใช้เวลา ดึงลงทุนใหม่อีอีซี

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพาร์คซิตี้ ผู้ประกอบกิจการสยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยามเดิม) และนายกสมาคมสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจแห่งประเทศไทย เปิดเผย ‘มติชน’ ว่า สภาพโดยรวมของอุตสาหกรรมสวนน้ำสวนสนุกในไทยว่า ปี 2568 เป็นปีที่ไม่ค่อยดีนัก เจอปัจจัยผลกระทบหลายเรื่อง ทั้งภาวะอากาศแปรป่วน ฝนชุกทั้งปี เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ บรรยากาศท่องเที่ยวซบเซา เหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา กระทบทางจิตวิทยาการออกเที่ยวนอกบ้าน ปัญหาหนี้และการประหยัดใช้จ่ายในครอบครัว รวมถึงการท่องเที่ยวในไทยและคนต่างชาติไม่ฟื้นเท่าที่คาดหวัง ขณะที่ปัญหาฝุ่นเริ่มกลับมาอีกครั้ง กระทบต่อตลาดท่องเที่ยวหรือสวนสนุกกลางแจ้ง เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยบรรทอนความรู้สึกอยากเที่ยว อยากเข้าสวนน้ำสวนสนุกลดลง

นายวุฒิชัยกล่าวว่า ล่าสุดเดือนธันวาคมปีนี้ปกติเข้าฤดูกาลเที่ยวและใช้จ่าย แต่ตั้งแต่ 1 ธันวาคมเรื่อยมา ไม่เห็นบรรยากาศที่ดีขึ้น ตรงกันข้ามจำนวนคนเข้าใช้บริการลดลงมากเกือบ 50% หากไม่นับรวมเหตุการณ์โควิดระบาดกับน้ำท่วมไทยใหญ่ ถือว่าปี 2568 แย่สุด และถดถอยมาตั้งแต่ปี 2565

” ปี2568 ไม่ใช่ปีที่สดใส ผิดคาดมาก กำลังซื้อดีขึ้นเมื่อมีโครงการคนละครึ่งพลัส แต่ดีสำหรับกลุ่มรับคนละครึ่งพลัส แต่ทั่วไปยังไม่ค่อยดี ผู้ประกอบการระบุเสียงเดียวว่าปีนี้ไม่ดี จำนวนและรายได้ทั้งปีน่าจะลดลงจากปีก่อน 30-40% หากคิดเฉพาะสมาชิกของสมาคมฯ 10 กลุ่มบริษัท คาดสูญเสียรายได้ 300-400 ล้านบาท ในส่วนสวนสยามเองก็หายไป 30% จำนวนคนเข้ารวมน่าอยู่ที่ 6 แสนคน จากปกติอยู่ที่ 9 แสนถึง 1 ล้านคน ส่วนปี 2569 เราก็ยังว่าจะดีขึ้น โดยมองว่าก่อนยุบสภา รัฐบาลน่าจะมีมาตรการกระตุ้นใช้จ่ายรองรับไว้ ส่งไม้ต่อถึงตั้งรัฐบาลใหม่ ก็จะออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ผมยังมองว่าปีหน้าจะโตแรงกว่าปีนี้ และกลับมาเป็นบวก 10-20% ซึ่งสถานการณ์แบบเดียวกันจะเหมือนกันทั่วโลก ”

นายวุฒิชัย กล่าวถึงแนวคิด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ศึกษาความเหมาะสมดึงสวนสนุกระดับโลกอย่างดิสนีย์แลนด์ เข้ามาในพื้นที่อีอีซี พร้อมศึกษาพัฒนาสนามกีฬาระดับโลก ว่า โครงการขนาดใหญ่จะมีการข้อจำกัดและอยู่ภายใต้การดูแลกฎหมายมากมาย ฉะนั้นโครงการขนาดใหญ่เข้าไปในอยู่ในพื้นที่อีอีซี ก็สามารถช่วยลดข้อจำกัดทางกฎหมายได้ เพราะพื้นที่อีอีซีมีกฎหมายเฉพาะ แต่อย่างไรก็ตาม การจะดึงการลงทุนให้ไปตั้งในพื้นที่ใหม่ ต้องให้ความมั่นใจกับนักลงทุนถึงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน รถไฟความเร็วสูง ที่จะเชื่อมต่อ มีความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ในส่วนผลกระทบกรณีหากมีสวนสนุกต่างชาติเข้ามาเพิ่มอีกนั้น เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนและต้องรอดูรายละเอียดมากกว่านี้

Advertisement

“การจะลงทุนโครงการ มีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณาประกอบ เช่น ทำเลที่ตั้ง โครงการรายล้อมอีอีซีมีแค่ไหน การเปิดพื้นที่ลงทุนใหม่ คนลงทุนก็ต้องดูความเหมาะสมและคุ้มค่า เช่น จำนวนคนที่จะเข้าใช้บริการ สาธารณูปโภค ระยะเวลาการเดินทางไปกลับ สถานที่พักรองรับครอบครัวที่ไม่อยากนั่งรถนานหรือพักผ่อนใกล้ๆ ซึ่งยังต้องใช้เวลานานพอสมควร ส่วนจะเป็นคู่แข่งขันหรือกระทบกับผู้ประกอบการที่มีอยู่เดิมมากแค่ไหนก็ต้องรอความชัดเจน แต่ในเชิงธุรกิจเป็นเรื่องปกติที่ต้องปรับเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะสวนสนุกที่ต้องดูแลรักษาและเพิ่มเติมจุดขายใหม่ๆ ” นายวุฒิชัย กล่าว