ส.อ.ท.ห่วงเลือกตั้ง ปี’69 ยืดเยื้อ ทำงบ’70 ล่าช้า ซ้ำเติม ศก.ไทย
เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา นายสุรชัย เรืองสุขศิลป์ ประธานอุตสาหกรรมยา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า คาดว่าการยุบสภาจะส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ เนื่องจากไทยอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติหลายเรื่อง อาทิ การปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ทวีความรุนแรง และสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู หลายภาคธุรกิจคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการ นโยบาย หรือโครงการใหม่ๆ เพื่อช่วยเหลือ และสนับสนุน แต่เมื่อยุบสภา รัฐบาลรักษาการขาดความชอบธรรมในการทำโครงการใหม่ อาจทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐตามที่คาดหมาย อย่างไรก็ตาม ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอาจใช้มาตรการทางภาษี เพื่อกดดันให้ไทยต้องยุติข้อพิพาทโดยการหยุดยิง และคาดว่าไทยจะหาข้อยุติลงได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราภาษี
“สถานการณ์อุตสาหกรรมยาเวลานี้ อยากให้รัฐบาลสนับสนุนการใช้ยาที่ผลิตภายในประเทศมากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ และเสริมความมั่นคงทางยา ทั้งนี้ การใช้ทรัพยากรภายในประเทศอย่างคุ้มค่าเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังเปราะบาง” นายสุรชัยกล่าว
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศไทยในขณะนี้ ว่า ถือว่าน่ากังวลมาก โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา การประกาศยุบสภาของพรรคภูมิใจไทย อาจส่งผลต่อการแก้ปัญหา เพราะเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ ซึ่งก็เป็นคำถามว่า จะทำได้ดีมากน้อยเท่าใด
“แม้การยุบสภาจะเป็นไปตามขั้นตอนของระบอบประชาธิปไตยเหมือนในต่างประเทศ อาทิ อิตาลี ญี่ปุ่น ฯลฯ แต่สถานการณ์ของไทยตอนนี้ไม่เหมือนกัน และการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ถือว่ามีผลกระทบต่อมุมมองของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่วางแผนมาเที่ยวไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง หรือเอฟไอที ที่เป็นกลุ่มหลักที่เข้ามาเที่ยวไทยในปัจจุบันด้วย หากสูญเสียกลุ่มเอฟไอทีอีก ก็มีผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจทั้งปีนี้ และปี 2569 แน่นอน” นายอดิษฐ์กล่าว
นายอดิษฐ์กล่าวอีกว่า จากข้อมูลพบว่า ความกังวลมีมากขึ้น สะท้อนจากมีนักท่องเที่ยวอังกฤษสอบถามเข้ามาว่า การสู้รบจะมาถึงพัทยาหรือไม่ เพราะดูจากแผนที่แล้วห่างเพียง 400 กิโลเมตร และช่วงนี้เป็นการเริ่มต้นมีเครื่องบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ ไฟลต์) จากจีนมาลงในหลายจังหวัด อาทิ อุดรธานี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกด้วย ทำให้จีนมีความกังวลว่า ปลายทางที่มาลงจะเป็นพื้นที่เสี่ยงหรือใกล้กับพื้นที่สู้รบหรือไม่ ตรงนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คงต้องทำการประชาสัมพันธ์มากที่สุด เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า แหล่งท่องเที่ยวใดบ้างที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ
นายอดิษฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ เรื่องที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะล่าช้าหรือไม่ เพราะระยะเวลากว่าจะเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ ต้องใช้เวลา โดยหากกระบวนการล่าช้าจนกระทบกับงบประจำปี จะทำให้เมื่อเริ่มต้นปีงบ การเบิกจ่ายจะสะดุด และต้องกลับมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นอีกครั้ง ซึ่งการแก้ปัญหาของรัฐบาล ถือเป็นอีกเรื่องที่ภาคเอกชนมีความกังวลเช่นกัน
“ที่ผ่านมาเอกชนนำเสนอในหลายเรื่อง เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหา อาทิ ภาคการท่องเที่ยวมีข้อเสนอให้ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของต่างชาติ หรือการกระตุ้นท่องเที่ยวผ่านมาตรการต่างๆ ซึ่งยังไม่ได้เริ่มต้นกระบวนการ รัฐบาลก็ประกาศยุบสภาแล้ว ทำให้ข้อเสนอของภาคเอกชนคงไม่ได้มีการตอบรับ หรือดำเนินการใดเหมือนเช่นเคย” นายอดิษฐ์กล่าว

