หน้าแรก เศรษฐกิจ สคฝ.โชว์กองทุ...

สคฝ.โชว์กองทุนคุ้มครองเงินฝากมั่งคั่ง1.13 แสนล. ให้มั่นใจเพียงพอดูแลผู้ฝาก

1.03.16 | 20:52 น.
ภาพ:www.mof.go.th

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ประธานกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก(สคฝ.) เปิดเผยว่า กองทุนคุ้มครองเงินฝาก ณ สิ้นปี 2558 มีจำนวน 1.13 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 จำนวน 3,604 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับยอดเงินที่เพียงพอจะดูแลผู้ฝากเงินได้ในระดับหนึ่ง โดยปี 2558 กองทุนฯ ได้รับเงินนำส่งจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองทั้งสิ้น คิดอัตรา 0.01% ต่อปีของยอดเงินฝาก เป็นจำนวน 1,155 ล้านบาท โดยนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงตามที่กฎหมายกำหนด เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง ตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน เป็นต้น เพื่อให้กองทุนมีความมั่นคง และมีสภาพคล่อง รวมทั้ง ได้รับผลตอบแทนกว่า 2,000 ล้านบาท

นายกฤษฎา กล่าวว่า ขณะนี้สถาบันการเงินของไทยเข้มแข็งมาก โดยปี 2558 มีกำไรสุทธิ 1.93 แสนล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(บีไอเอส)สูงถึง 17.45% จากอัตราที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กำหนดไว้ 8.5% และมีสภาพคล่องถึง 24.67% สูงกว่าอัตรา 6% ที่กฎหมายกำหนดไว้มาก แม้ว่าหนี้เสีย(เอ็นพีแอล) จะสูงกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อยอยู่ที่ 2.56% จากปี 2557 ที่ 2.16% จากบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่มีปัญหาเมื่อปีที่ผ่านมา แต่มีเงินสำรองสำหรับสินเชื่อถึง 4.43 แสนล้านบาท คิดเป็น 131% ของเอ็นพีแอล ส่วนเงินฝาก ณ สิ้นปี 2558 มีจำนวน 12.31 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.46% จากปี 2557 จึงเชื่อว่าสถาบันการเงินของไทย จะไม่เกิดปัญหาเหมือนช่วงปี 2540 แน่นอน

นายกฤษฎา กล่าวว่า สำหรับยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานของสคฝ.ปี2559 มี 5 ด้าน ได้แก่ 1. พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในระบบตาข่ายความมั่นคงทางการเงินของประเทศ 2. สื่อสารให้ประชาชนเข้าใจระบบการคุ้มครองเงินฝาก 3. ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ป้องกันปัญหาระบบสถาบันการเงิน 4. พัฒนาระบบการจ่ายคืนเงินฝากที่ทันสมัยและรวดเร็ว 5. พัฒนาระบบชำระบัญชีให้มีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ของเจ้าหนี้และผู้ฝากเงิน รวมถึงมุ่งเน้นพัฒนาระบบงานด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และเน้นสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในระบบการคุ้มครองเงินฝากแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้น โดยวันที่ 11 สิงหาคมนี้ จะมีการลดความคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้านบาท จาก 50 ล้านบาท เชื่อว่าจะไม่เกิดความตื่นตระหนก เพราะที่ผ่านมาได้การไปทำความเข้าใจกับประชาชนมาพอสมควรแล้ว