หน้าแรก เศรษฐกิจ 17 ธ.ค.ลุ้นกน...

17 ธ.ค.ลุ้นกนง.หั่นดอกเบี้ยเป็นของขวัญปีใหม่ ศูนย์วิจัยกสิกรเชื่อมติไม่เอกฉันท์ เชื่อครึ่งปี’69 ลดอีก

16.12.25 | 00:15 น.

17 ธ.ค.ลุ้นกนง.หั่นดอกเบี้ยเป็นของขวัญปีใหม่ ศูนย์วิจัยกสิกรเชื่อมติไม่เอกฉันท์ เชื่อครึ่งปี’69 ลดอีก

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงาน ว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ ถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปี 2568 คาดว่าที่ประชุม กนง.จะมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ลงมาอยู่ที่ 1.25% ท่ามกลางความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น บนปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแรงลง โดยเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 คาดขยายตัวเพียง 0.8% และลดลงจาก 1.2% ในไตรมาสก่อนหน้า เมื่อเทียบรายไตรมาส เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 คาดขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.2% เทียบไตรมาส 4 ปีก่อน แม้จะหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยทางเทคนิคได้ก็ตาม

“ทั้งนี้ การส่งออกที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มชะลอตัวลงหลังจากการเร่งส่งออกสูงในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับผลกระทบจากการปรับขึ้น ภาษีนำเข้าของสหรัฐที่มีมากขึ้น ขณะที่ค่าเงินบาทผันผวนไปในทางแข็งค่า ล่าสุด ณ วันที่ 15 ธันวาคม อยู่ระดับ 31.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือแข็งค่าประมาณ 8% ตั้งแต่ต้นปีนี้ ซึ่งยิ่งกดดันความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยมากขึ้น” ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุถึงอีกปัจจัย คือเศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยงเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า จาก 1.ผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ โดยแม้สถานการณ์จะคลี่คลายลง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว และต้องใช้แหล่งเงินทุนเพิ่มเติมทั้งจากทางภาครัฐ และเอกชนในการเยียวยา 2.ความตึงเครียดชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา หลังจากการปิดด่านชายแดน การส่งออกผ่านชายแดนลดลงเกือบ 100% และกิจกรรมทางเศรษฐกิจบริเวณชายแดนได้รับผลกระทบอย่างมาก 3.การยุบสภา จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 และในภาวะที่นโยบายการคลังทำงานไม่เต็มที่ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง นโยบายทางการเงินอาจจำเป็นต้องมีบทบาทมากขึ้น

ทั้งนี้ รายงานระบุต่อว่า มติในการประชุมครั้งนี้ อาจออกมาไม่เป็นเอกฉันท์เช่นเดียวกับในการประชุมครั้งก่อนหน้าวันที่ 8 ตุลาคม เนื่องจาก กนง.ได้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายรวม 0.75% แล้วในปี 2568 ทำให้อาจมีเสียงส่วนน้อยยังสนับสนุนให้คงดอกเบี้ย เพื่อรอดูผลของการส่งผ่านนโยบายต่อภาคเศรษฐกิจจริง พร้อมให้ความสำคัญกับจังหวะเวลา และประสิทธิผลของนโยบายท่ามกลาง policy space ที่มีจำกัดขึ้น

Advertisement

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีก 1 ครั้ง ช่วงครึ่งแรกปี 2569 ท่ามกลางทิศทางเศรษฐกิจที่ชะลอลงจากปี 2568 โดยตามประมาณการล่าสุดของ ธปท. ณ เดือนตุลาคม 2568 เศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.6% ลดลงจาก 2.2% ในปี 2568 เนื่องจากอุปสงค์ทั้งใน และต่างประเทศอ่อนแรงลง ท่ามกลางความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ ความตึงเครียดไทย-กัมพูชา และความไม่แน่นอนทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ รายงานทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.40-32.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทปิดแข็งค่าที่ 31.61 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นเงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 3 เดือน ผลจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยสู่ 3.50-3.75% พร้อมประกาศมาตรการ Reserve Management Purchases ผ่านการซื้อตราสารระยะสั้นมูลค่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้เปิดสัปดาห์เงินบาทซื้อขายใกล้ระดับแข็งค่าสุดรอบกว่า 4 ปี นักลงทุนจะติดตามข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพฤศจิกายนของสหรัฐ หลังประธานเฟดเน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านลบต่อภาคแรงงาน สำหรับปัจจัยในประเทศ คาดว่า กนง.จะลดดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.25% ในการประชุมวันที่ 17 ธันวาคมนี้ ขณะที่แนวโน้มเงินเฟ้อคงอยู่ในระดับต่ำ และภาวะการเงินตึงตัวสำหรับกลุ่มเปราะบาง นอกจากนี้ แรงส่งของเศรษฐกิจอาจแผ่วลงเร็วกว่าคาดเล็กน้อย อีกทั้งพื้นที่ทางการคลังถูกจำกัดภายใต้รัฐบาลรักษาการ ทำให้เครื่องมือดอกเบี้ยนโยบายจำเป็นต้องมีบทบาทมากขึ้นในการประคองความเชื่อมั่น