หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.อ.ท. ห่วงเค...

ส.อ.ท. ห่วงเครื่องสำอางไทยถูกจีนแย่งตลาด เตือน ผู้ผลิตเร่งปรับตัวภายใน3ปี

17.12.25 | 17:06 น.

ห่วงเครื่องสำอางไทยจีนแย่งตลาด! ส.อ.ท.เตือนผู้ผลิตเร่งปรับตัวภายใน3ปี แนะใช้วัตถุดิบในประเทศ-พึ่งเอไอมากขึ้น

นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงทิศทางอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยปี 2569 ว่า ยังคงเติบโตคาดมูลค่าอุตสาหกรรมปี 2569 ระดับ 2 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2568 ที่คาดว่าจะมีมูลค่าระดับ 2 แสนล้านบาท จากปี 2567 ที่มูลค่าอุตสาหกรรมรวมอยู่ที่ 2.81 แสนล้านบาท โดยถือเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตสวนทางอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ชะลอตัวลง ปัจจัยสำคัญเนื่องจากประเทศไทยคือฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาคอาเซียน ที่มีความโดดเด่นในกระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล ยกตัวอย่าง แบรนด์ Unilever ผู้นำด้านตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ได้เลือกไทยให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกสินค้าขายทั่วทวีปเอเชีย เรียกได้ว่ากลุ่มอุตฯเครื่องสำอางเป็นหนึ่งในไม่กี่อุตฯที่ยังคงเติบโตได้ดีท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

“ปัจจัยที่ต้องติดตามของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางทั้งปีนี้และปีหน้า คือ การแข่งขันทางการค้า และสงครามราคา โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีกำลังการผลิตสูง และสามารถขายได้ในราคาต่ำ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ” นายนาคาญ์กล่าว

นายนาคาญ์กล่าวว่า อุตสาหกรรมเครื่องสำอางจีนกำลังเติบโตมากขึ้น เช่น กลุ่มเครื่องสำอางที่มีกำลังการผลิตสูงและราคาถูก กลุ่มสกินแคร์ที่ขณะนี้ไทยยังนำเข้าวัตถุดิบส่วนใหญ่จากจีน จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลต่อการแข่งขันในตลาดโลกของไทยโดยเฉพาะเมื่อจีนตั้งตัวได้ แม้ขณะนี้ไทยยังเห็นทางรอด แต่ในอีก 3-4 ปี จะเริ่มมองเห็นปัญหาชัดเจนขึ้น ทั้งนี้เพื่อรับมือความท้าทายควรดำเนินการ 3 ข้อ ได้แก่ 1.เพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ 2.ลดต้นทุนการผลิต เช่น การที่จะใช้หุ่นยนต์ (Robot) หรือเทคโนโลยี AI 3.เพิ่มการร่วมมือกับต่างประเทศมากขึ้น

นายนาคาญ์กล่าวว่า สำหรับเทรนด์เครื่องสำอางในปี 2569 เครื่องสำอางที่เป็น Natural product และใช้ส่วนประกอบของสมุนไพรจะได้รับความนิยมสูงขึ้น ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเอสเอ็มอีสามารถเข้าร่วมแข่งขันในตลาดอุตฯเครื่องสำอางได้มากขึ้น เพราะว่ามีต้นทุนที่จับต้องได้ ขณะเดียวกันภาครัฐกำลังเตรียมการโปรโมต รวมไปถึงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จะนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาทำในระดับของนาโน และเพิ่มความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อที่จะมาพัฒนาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้ออกมาได้ดีขึ้น จึงมองว่าในปีหน้าเทรนด์ Natural product จะได้ความนิยมอย่างจริงจัง ไม่เป็นเพียงแค่กระแสเท่านั้น

Advertisement