กรมทรัพย์สินฯ โชว์ผลงาน 11 เดือนปราบสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กวาดล้าง3.3ล้านชิ้น ศก.เสียหาย 1,140 ล้าน
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรม ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(บก.ปอศ.) กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ และภาคเอกชนเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ลุยตรวจจับสินค้าละเมิดฯในท้องตลาด ห้างสรรพสินค้า และย่านการค้ายอดนิยมทั่วประเทศ อย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งการปฏิบัติการออกเป็น 3 ชุดหลัก ได้แก่
1. ชุดจรยุทธ์ เฝ้าระวังพื้นที่ศูนย์การค้าและย่านการค้าสำคัญ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เช่น ศูนย์การค้าเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ แพลตินัม ประตูน้ำ สำเพ็ง สีลม พร้อมพงศ์ สุขุมวิท โดยตรวจสอบอย่างน้อย3 วัน/สัปดาห์
2. ชุดระดม กระจายกำลังตรวจตราพื้นที่สุ่มเสี่ยงในต่างจังหวัดทั่วประเทศ ทุก 2 สัปดาห์ ล่าสุด 10 – 14 ธันวาคม 2568 ชุดระดม และ บก.ปอศ. ร่วมลงปฏิบัติการในพื้นที่ภาคอีสาน 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา หนองคาย อุดรธานี และขอนแก่น จับกุมผู้กระทำความผิด 5 ราย ตรวจยึดของกลาง 4,505 ชิ้น มูลค่า ความเสียหายกว่า 4.6 ล้านบาท อาทิ อะไหล่รถจักรยานยนต์ เสื้อผ้า เคสโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
3. ชุดตรวจสอบและประเมินผล ตรวจสกัดการจำหน่ายสินค้าละเมิดฯ ในพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ (พื้นที่สีแดง) ตามแหล่งท่องเที่ยว 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพ ชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) สงขลา กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ โดยลงพื้นที่ทุกเดือน ทั้งนี้ สถิติของการลงพื้นที่ปฏิบัติการช่วง 11 เดือนปี 2568 หน่วยปฏิบัติการของกรม 3 ชุดร่วมลงพื้นที่และสามารถจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญากว่า 298 คดี และยึดของกลางกว่า 1.5 ล้านชิ้น จากแหล่งเก็บสินค้า โกดัง แหล่งกระจายสินค้า รวมทั้งย่านการค้าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทเครื่องสำอาง อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ และสินค้าแบรนด์เนมปลอม
นางอรมน กล่าวว่า สถิตการจับกุมปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ช่วง11 เดือนแรกปี 2568 รวม 1,132 คดี ยึดของกลาง 3,344,841 ชิ้น สร้างความเสียหายกว่า 1,140 ล้านบาท เป็นผลบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 789 คดี ของกลาง 1,820,574 ชิ้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ 7 คดี ของกลาง 952,592 ชิ้น กรมศุลกากร 336 คดี ของกลาง 571,675 ชิ้น เทียบปี 2567 จับกุมสินค้าละเมิด 1,350 คดี ยึดของกลาง 2,756,369 ชิ้น เสียหาย 700 ล้านบาท แง่รายดำเนินคดีลดลง 16.15% แต่จำนวนของกลางเพิ่มขึ้น 21.35% และมูลค่าความเสียหายเพิ่มสูงกว่า 63.89% สะท้อนถึงความเข้มข้นและประสิทธิภาพของการปราบปรามเชิงรุก พร้อมยกระดับปราบปรามสินค้าละเมิดในตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง สามารถระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดบนแพลตฟอร์ม Lazada Shopee TikTok Shop NocNoc และ Nex Gen Commerce ได้กว่า 2,867 รายการ และเร็วๆนี้จะขยายเอ็มโอยูกับแพลตฟอร์ม Line Shopping ร่วมกับบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด วันที่ 19 ธันวาคมนี้
สำหรับปี 2569 กรมยืนยันเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองและปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและขับเคลื่อนแผนพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญาตามแนวทางปี 2569 – 2570 ซึ่งรัฐบาลบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐกว่า 30 หน่วยงาน ผ่านมาตรการ อาทิ 1.ขยายผลการจับกุมและการปราบปรามผู้กระทำความผิดจากผู้ขายสินค้าละเมิดรายย่อยไปยังผู้ผลิตหรือขายสินค้ารายใหญ่ (แหล่งต้นน้ำ) 2.ใช้กฎหมายอื่นประกอบเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด เช่น กฎหมายฟอกเงิน กฎหมายคนเข้าเมือง กฎหมายภาษี 3. ขยายความร่วมมือเอ็มโอยู การปราบปรามในตลาดออนไลน์ไปยังผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอื่นๆ 4. มาตรการให้เจ้าของพื้นที่ยกเลิกสัญญากับผู้เช่า 5.การปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และรณรงค์สร้างความตระหนักเกี่ยวกับอันตรายและความเสี่ยงจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ 6.การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปราบปรามการละเมิดออนไลน์ผ่านอุปกรณ์หรือแอพลิเคชันสำหรับ
การสตรีมมิ่ง เป็นต้น นอกจากนี้ร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชนเจ้าของสิทธิ และ ประชาชน รณรงค์ไม่ซื้อ ไม่ใช้ และไม่สนับสนุนสินค้าละเมิด โดยจำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า มีโทษจำคุกสูงสุด 4 ปี ปรับสูงสุด 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ มีโทษจำคุกสูงสุด 4 ปี หรือปรับสูงสุด 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


