MRO อู่ตะเภาชัดเจน จ่อเตรียมเซ็น 7 ม.ค. 69 ปั้นศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผย ภาพรวมโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) บนพื้นที่ 210 ไร่ ว่า ขณะนี้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่สุด โดยเตรียมจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ภายในเดือนธันวาคม 2568 นี้ และจะมีกำหนดการลงนามสัญญาอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 มกราคม 2569 ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ซึ่งในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีศูนย์ซ่อมขนาดใหญ่แค่สิงคโปร์หรือจีน
นายจุฬา กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ บริหารจัดการพื้นที่รวมทั้งหมด 210 ไร่ โดยการบินไทยจะ เป็นผู้จัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาทำหน้าที่ดูแลธุรกิจโดยเฉพาะ รูปแบบการดำเนินงานจะเป็นในลักษณะที่ การบินไทยจะเป็นผู้จัดสรรพื้นที่ (Developer) ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพื้นที่ โดยอาจจะดำเนินการเอง หรือจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) กับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เข้ามาร่วมในพื้นที่ หรือเปิดให้เอกชนรายอื่นเข้ามาเช่าพื้นที่และลงทุนในกิจกรรมเฉพาะด้าน เช่น การซ่อมเครื่องบินขนาดใหญ่ หรือการให้บริการเฉพาะทาง โดยศูนย์ MRO แห่งนี้จะสามารถรองรับการซ่อมอากาศยานได้หลากหลายรุ่น หลายผู้ผลิต ไม่จำกัดเฉพาะยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง อาทิ เครื่องบินของ Airbus และ Boeing รวมถึงอากาศยานขนาดใหญ่เกือบทุกรุ่น ซึ่งอายุสัญญาเช่าพื้นที่อยู่ที่ 50 ปี ซึ่งกำหนดอัตราค่าเช่าในระดับที่จูงใจให้เกิดการลงทุนในช่วงแรก ก่อนจะจัดเก็บส่วนแบ่งรายได้เข้าสู่ภาครัฐในลักษณะขั้นบันไดตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป โดยอัตราขั้นบันไดช่วงระยะเวลาอัตราส่วนแบ่งรายได้ปีที่ 5 – 10 แบ่งรายได้ 3% ปีที่ 10 – 15 แบ่งรายได้ 5% ปีที่ 15 ขึ้นไป แบ่งรายได้ 7% เป็นต้นไป
นายจุฬา กล่าวว่า หลังการลงนามสัญญา คาดว่าจะใช้เวลาออกแบบและทบทวนรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ในเขต EEC จะเป็นแบบเร่งด่วน (Fast Track) โดยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน หลังจากยื่นเอกสารการออกแบบครบถ้วน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างจริงได้ประมาณต้นปี 2570 ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปีคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการสอดรับกับการเปิดใช้งานรันเวย์ที่ 2 ของสนามบินอู่ตะเภาพอดี ยืนยันว่าการก่อสร้างรันเวย์ที่ 2 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วและคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 4 ปี โดยการพัฒนาอาคารผู้โดยสารจะดำเนินไปตามแผนงานเดิมโดยไม่รอโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้ทันทีที่รันเวย์เสร็จสิ้น โดยโครงการนี้ยังติดอุปสรรคเรื่องการอนุมัติสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อดึงดูดนักลงทุนรายย่อย

