เอกนิติ นำทีม บีโอไอ โรดโชว์จีน 600 นักลงทุนแห่ฟัง สนสิทธิประโยชน์
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ผลการจัดโรดโชว์ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคมที่ผ่านมา นำโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บีไอไอ ได้จัดงานสัมมนาใหญ่ “Thailand-China Investment Forum 2025” ณ โรงแรมเซี่ยงไฮ้ ผู่ตง เคอรี่ นครเซี่ยงไฮ้ เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมของไทยในการเป็นฐานการลงทุนในภูมิภาค พร้อมนำเสนอนโยบายและมาตรการของรัฐบาลที่สนับสนุนการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตลอดจนชี้ให้เห็นถึงโอกาสการลงทุนในสาขาต่าง ๆ และปัจจัยที่เอื้ออำนวยของประเทศไทย โดยมีผู้บริหารบริษัทชั้นนำของจีนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งกว่า 600 คน
นายนฤตม์ กล่าวว่า นายเอกนิติได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่อนาคต ผ่านนโยบาย Quick Big Win และการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต อาทิ ดิจิทัล พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และระบบอัตโนมัติ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรทักษะสูง โครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิรูปกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการลงทุน พร้อมนำเสนอกลไก Thailand FastPass ที่จะช่วยเร่งรัดโครงการลงทุนสำคัญ ขณะที่ นายนฤตม์ ได้นำเสนอมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่สำคัญ และโอกาสการลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ ได้แก่ อุตสาหกรรม BCG ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดิจิทัล และกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่นักลงทุนจีนมีศักยภาพ

ถก5บริษัทเทคโนโลยีสูง
นายนฤตม์ กล่าวว่า นอกจากนี้คณะได้หารือแผนการลงทุนกับบริษัทเป้าหมาย 5 ราย ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนเทคโนโลยีสูงสำหรับหุ่นยนต์และยานยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจดิจิทัล และพลังงานสะอาด ดังนี้ กลุ่มชิ้นส่วนเทคโนโลยีสูงสำหรับหุ่นยนต์และยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท Seenpin Electromechanical Transmission ผู้ผลิตชิ้นส่วนโลหะความแม่นยำสูงสำหรับเป็นข้อต่อ แขน และนิ้วของหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ บริษัท Zhejiang Jinwo Precision Machinery ผู้เชี่ยวชาญด้าน Bearing Ring และชิ้นส่วนโลหะความแม่นยำสูงสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องจักร และบริษัท Zhejiang XCC Group ผู้ผลิตแบริ่งและชิ้นส่วนโลหะความแม่นยำสูงสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและหุ่นยนต์ โดยทั้ง 3 บริษัท มีแผนตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย มูลค่าการลงทุนรวมในเฟสแรกกว่า 7,000 ล้านบาท
ขณะที่กลุ่มดิจิทัลพบกับบริษัท Ant International ผู้นำเทคโนโลยีการเงิน (FinTech) ระดับโลกในเครือ Alibaba ที่ให้บริการชำระเงินดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์ม Alipay, Antom และ Cross-border payment ผ่าน WorldFirst มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการท่องเที่ยวและธุรกิจดิจิทัลของไทย โดยมีแผนขยายความร่วมมือด้านระบบชำระเงินดิจิทัล เช่น การใช้ PromptPay ในภาคธุรกิจและ Cross-border payment ไทย–จีน จึงเชิญบริษัทนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มทำโชว์เคสในช่วงเวลาที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม World Bank และ IMF ในปี 2569 นอกจากนี้ บริษัทจะศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้ามาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ในไทย
นายนฤตม์ กล่าวว่า กลุ่มพลังงานสะอาด คณะได้เยี่ยมชมกิจการและหารือกับประธานบริษัท GCL Group ผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานแบบครบวงจรอันดับ 1 ของจีน โดยบริษัทกำลังวางแผนร่วมทุนกับบริษัทไทย เพื่อผลิตโซลาร์เซลล์ด้วยเทคโนโลยี Photovoltaic Perovskite แบบครบวงจรในประเทศไทย เพื่อใช้เป็นฐานการส่งออกไปยังตลาดโลก

“ในช่วงยุบสภา บีโอไอยังเดินหน้าทำงานเต็มที่ ทั้งการดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการผลักดันนโยบายต่างๆ ที่เริ่มทำไว้แล้ว โดยเฉพาะ 3 มาตรการสำคัญ คือ Thailand FastPass มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Upskill & Reskill) และมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Business Transformation) ในส่วนของโรดโชว์ดึงการลงทุนจากต่างประเทศ จะเน้นประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตามมาด้วยประเทศจีนในครั้งนี้ ซึ่งบริษัทชั้นนำจากจีนยังมีแนวโน้มจะเข้ามาตั้งฐานธุรกิจในไทยอย่างต่อเนื่อง” นายนฤตม์กล่าว
นายนฤตม์ กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2563 – กันยายน 2568) มีนักลงทุนจีนยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 2,459 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 6.1 แสนล้านบาท โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 การขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากจีน มีมูลค่ากว่า 1.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

