หน้าแรก เศรษฐกิจ กองสลาก เผยแผ...

กองสลาก เผยแผนปี 69 จ่อลดหวยใบ-เพิ่มหวยดิจิทัล อีก 1 ล้านฉบับ ถ้าขายหมด

19.12.25 | 15:45 น.

สนง.สลากฯ เผยแผนปี 2569 เน้นสร้างความสมดุลตลาด ลดสลากใบ จ่อเพิ่มสลากดิจิทัลอีก 1 ล้านฉบับ หากขายหมด

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานปี 2569 ว่า สำนักงานสลากฯ จะเดินหน้าปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์สลากให้เกิดความสมดุลมากขึ้น โดยมีแนวโน้ม ลดสลากใบ หกหลัก (L6) และเพิ่มจำนวนของสลากดิจิทัล รวมถึงสลาก 3 หลัก (N3) อย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้กรอบกฎหมาย นโยบายรัฐ และการพิจารณาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นหลัก

“การพัฒนาผลิตภัณฑ์สลากเป็นไปตามแผนวิสาหกิจที่จัดทำต่อเนื่องทุกปี แต่การนำมาใช้จริงต้องสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ ความพร้อมของสังคม และขั้นตอนตามกฎหมาย อาทิ การศึกษาผลกระทบและการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งสำนักงานสลากฯ ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว หากมีนโยบายชัดเจนก็สามารถเดินหน้าได้ทันที” พันโท หนุน กล่าว

สำหรับภาพรวมสลาก L6 ปัจจุบันมีทั้งแบบใบและแบบดิจิทัล โดยสลากใบอยู่ที่ประมาณ 78 ล้านฉบับต่องวด 15 ล้านใบ สำหรับโควต้าองค์กรต่างๆ ขณะที่สลากดิจิทัลอยู่ที่ราว 27 ล้านฉบับ และสลากเลข 3 หลัก หรือ N3 ซึ่รวมกันอยู่ทั้งหมดงวดละ 110 ล้านฉบับ และมีการทดลองเพิ่มระหว่างงวด 1 ล้านฉบับ หลังพบว่ายอดจำหน่ายหมดต่อเนื่อง 3 งวดติด โดยหากขายหมดจะเพิ่มเป็น 28 ล้านฉบับแบบถาวร

“สำนักงานสลากฯ จะใช้หลัก “ขายหมดจึงเพิ่ม” เพื่อทดสอบสมดุลตลาด หากความต้องการยังสูง ก็จะเพิ่มในลักษณะถาวรด้วยการเปลี่ยนจากสลากใบมาเป็นดิจิทัล โดยไม่เปิดตัวแทน L6 ใหม่เพิ่มเติม” พันโท หนุน กล่าว

Advertisement

ส่วนสลาก N3 ซึ่งออกแบบมาเพื่อ “ปิดช่องว่างของสลาก 6 หลัก” ทั้งในมิติผู้ซื้อและผู้ขาย ล่าสุดมียอดจำหน่ายงวดละประมาณ 3 ล้านฉบับ จากเป้าที่ตั้งไว้ 5 ล้านใบ และมีตัวแทนราว 20,000 ราย โดยเป้าหมายหลักไม่ใช่การเพิ่มกำไร แต่เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเลือกเลขเองได้ในราคาที่เหมาะสม และช่วยลดภาระตัวแทนที่ไม่ต้องลงทุนล่วงหน้า ไม่เสี่ยงขายไม่หมด

สำนักงานสลากฯ ย้ำว่า N3 และ L6 จะเติบโตไปพร้อมกัน โดยไม่ให้กระทบซึ่งกันและกัน และยังคำนึงถึงการดูแลตัวแทนเดิมเป็นสำคัญ หากจะขยายในอนาคต จะพิจารณาเพิ่ม N3 เป็นหลัก มากกว่าการเพิ่มสลาก 6 หลัก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนในระบบ

“ทิศทางโดยรวมในปี 2569 จะยังไม่เพิ่มปริมาณสลากรวม แต่จะ “ปรับโครงสร้างภายใน” ให้เหมาะสมกับขนาดเศรษฐกิจที่เติบโตจำกัด พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการบริหารจัดการสลากอย่างยั่งยืน ลดปัญหาสังคม และสร้างโอกาสอาชีพให้ผู้ค้ารายย่อยในระบบดิจิทัลมากขึ้น” พันโท หนุน กล่าว

ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า มองว่า ขนาดสลากใบและสลากดิจิทัลในปัจจุบันอยู่ในระดับเหมาะสมกับอัตราการเติบโตของจีดีพีที่ เฉลี่ยอยู่ที่ 2% ต่อเนื่องมา 3 ปี