หน้าแรก เศรษฐกิจ มัดรวม แบงก์ร...

มัดรวม แบงก์รัฐ-พาณิชย์ ขานรับมติกนง. พาเหรดหั่นดอกเบี้ยเงินกู้-เงินฝาก ส่งท้ายปี 2568

20.12.25 | 10:43 น.

มัดรวม แบงก์รัฐ-พาณิชย์ ขานรับมติกนง. พาเหรดหั่นดอกเบี้ยเงินกู้-เงินฝาก ส่งท้ายปี 2568

ถือเป็นข่าวดีส่งท้ายปี 2568 หลัง คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากระดับ 1.50% เหลือ 1.25% โดยให้มีผลทันที เพื่อผ่อนคลายภาวะการเงิน แรงกดดันจากการบริโภคภายในประเทศที่ชะลอตัว หวังประคับประคองเศรษฐกิจไทย

ล่าสุดมีธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์ ทยอยประกาศออกมาขานรับปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อย่างคึกคัก

”ธนาคารกรุงเทพ”ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก

  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ เอ็มแอลอาร์ (MLR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) เป็น 6.45% ต่อปี
  • เอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) เป็น 6.60% ต่อปี
  • เอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) เป็น 6.60% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568
  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง 0.05 – 0.10% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ด้วยเช่นกัน

Advertisement

”ธนาคารกรุงศรีอยุธยา” ประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate หรือ MLR) ปรับลดลง 0.10% จาก 6.750% เป็น 6.650%
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate หรือ MOR) ปรับลดลง 0.25% จาก 6.725% เป็น 6.475%
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate หรือ MRR) ปรับลดลง 0.10% จาก 6.870% เป็น 6.770%

”ธนาคารไทยพาณิชย์” ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% มีผลวันที่ 23 ธันวาคม 2568

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR : Minimum Loan Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.500% เป็น 6.400% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR : Minimum Overdraft Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.675% เป็น 6.425% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR : Minimum Retail Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.775% เป็น 6.675% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินฝากปรับลดลง 0.05% – 0.10% ต่อปี โดยธนาคารไม่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของลูกค้าบุคคลธรรมดาลง เพื่อช่วยเหลือผู้ฝากเงินในภาวะดอกเบี้ยต่ำ

”ธนาคารกรุงไทย”ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี มีผล 22 ธันวาคม 2568

  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลดลง 0.25% จาก 6.62% เหลือ 6.37% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลดลง 0.10% จาก 6.50% เหลือ 6.40% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับลดลง 0.10% จาก 7.045% เหลือ 6.945% ต่อปี
  • ยังปรับลดอัตราดอกเบี้ยฝาก 0.05%-0.10% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่ปรับลดน้อยกว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

“ธนาคารกสิกรไทย”ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงิน มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ดังนี้

  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลด 0.10% จาก 6.72% เหลือ 6.62% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลด 0.25% จาก 6.69% เหลือ 6.44% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ปรับลด 0.10% จาก 6.78% เหลือ 6.68% ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารได้ปรับลดในอัตรา 0.05%- 0.10% ซึ่งเป็นการปรับลดในอัตราที่น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ

“ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย” หรือธพว.(SME D Bank)ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ช่วยเอสเอ็มอีไทยลดภาระ มีสภาพคล่องเพียงพอ ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้

  • ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate : MRR) จาก 7.325% ต่อปี ลดลงเหลือ 7.175% ต่อปี
  • ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate : MOR) จาก 7.20% ต่อปี ลดลงเหลือ 7.15% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
  • ยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้เช่นเดิม เพื่อสร้างโอกาสให้ลูกค้าธนาคาร ทั้งกลุ่มนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ตลอดจนหน่วยงาน องค์กร สถาบัน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน มีทางเลือกหาแหล่งฝากเงินผลตอบแทนเหมาะสม และมีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด

”ธนาคารออมสิน” ปรับลดอัตราดอกเบี้ย MOR ลดลง 0.25% ต่อปี MLR ลดลง 0.15% ต่อปี และ MRR ลดลง 0.10% ต่อปี ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดเหลือ 5.845% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าสินเชื่อรายใหญ่ (MLR) ลดเหลือ 6.175% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อย (MRR) ลดเหลือ 6.195% ต่อปี

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ทำให้ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภทของธนาคาร (MOR/MLR/MRR) ยังคงต่ำสุดเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 6 แห่ง
สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยเดิม เพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ฝากเงินตามภารกิจส่งเสริมการออมของธนาคาร

“ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร” หรือธ.ก.ส. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงสูงสุดร้อยละ 0.25 ต่อปี

  • อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทเงินเกินบัญชี (MOR) คงเหลือร้อยละ 6.125 ต่อปี
  • อัตราดอกเบี้ยลูกค้านิติบุคคลชั้นดี (MLR) คงเหลือร้อยละ 6.025 ต่อปี
  • มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป


“ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต” ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงสูงสุด 0.25% ต่อปี สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย MLR MOR และ MRR มีผลตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

“ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย” ได้ปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อทุกประเภท 0.10% เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ทั้งลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ และลูกค้าสินเชื่ออุปโภคบริโภครายย่อย

  • ปรับอัตรากำไรสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (SPR) จากเดิม 7.65% ต่อปี ลดลง 0.10% เหลือ 7.55% ต่อปี
  • อัตรากำไรสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทสินเชื่อแบบมีกำหนดระยะเวลา (SPRL) จาก 7.80% ต่อปี ลดลง 0.10% เหลือ 7.70% ต่อปี
  • อัตรากำไรสินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (SPRR) จาก 8.05% ต่อปี ลดลง 0.10% เหลือ 7.95% ต่อปี

“บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม” หรือบสย. ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate ลง 0.25% ต่อปี คงเหลือ 5.35% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด และนับเป็นครั้งที่ 4 ของปี เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ บสย.จ่ายเคลมอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดภาระทางการเงินให้กับลูกหนี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่
โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป