หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชน มองเศรษ...

เอกชน มองเศรษฐกิจไทย 2569 หลังเลือกตั้งซึมยาว เปิดสเปกรัฐบาลใหม่ ขอคนนอก มืออาชีพ กู้วิกฤต

20.12.25 | 11:25 น.
เศรษฐกิจไทย

เอกชน มองเศรษฐกิจไทย 2569 หลังเลือกตั้งซึมยาว เปิดสเปกรัฐบาลใหม่ ขอคนนอก มืออาชีพ กู้วิกฤต

วันที่ 20 ธันวาคม นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า การยุบสภาเร็วขึ้นถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ถ้าไม่มีผลกระทบจากสงครามชายแดนไทยกับกัมพูชาจนส่งผลต่อการเลือกตั้งล่าช้า และสามารถทำการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลได้ตามไทม์ไลน์ อาจจะทำให้เกิดสุญญากาศเศรษฐกิจไม่นาน เพราะรัฐบาลปัจจุบันคงไม่กล้าผลักดันนโยบายที่สุ่มเสี่ยงและมีผลต่อการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นระยะสั้น ดังนั้นในช่วงรอรัฐบาลใหม่จึงมีเพียงงบประมาณปี 2569 ที่มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

“ถ้ามีรัฐบาลใหม่ภายในเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 จะทำให้งบประมาณปี 2570 ไม่ล่าช้า มีงบประมาณมากระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ขณะที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองน่าจะได้บทเรียนแล้วว่า ประชานิยมไม่ใช่คำตอบทุกอย่างและไม่ใช่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ที่สำคัญหากทำไม่ได้ตามที่หาเสียงไว้ จะกลายเป็นกระแสตีกลับ จึงเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ทุกพรรคคงแข่งเรื่องนโยบายเศรษฐกิจระยะยาว เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต เพราะเราโตต่ำศักยภาพ 2-3% มาหลายปีต่อเนื่องแล้ว”นายอิสระกล่าว

นายอิสระกล่าวว่า สำหรับโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากขั้วเก่าหรือขั้วใหม่ อยากให้ฟังเสียงของประชาชนเป็นหลักในการคัดเลือกผู้ที่จะมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่ยังอยู่ในภาวะบอบช้ำ จากปัจจัยรุมเร้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะความไม่นิ่งของการเมืองที่ในปี 2568 มีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน กระทบต่อการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ซึ่งคาดหวังว่าจะมีการดึงคนนอกที่เป็นรุ่นใหม่ มีฝีมือ มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจเศรษฐกิจเข้ามาร่วมทีมเศรษฐกิจ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาของประเทศให้เดินไปข้างหน้าได้

“เชื่อว่าหลังรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยได้ดึงคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ เข้ามาร่วมรัฐบาล คุมด้านเศรษฐกิจและทุกฝ่ายขานรับ เราก็คาดหวังว่าจะเห็นภาพอย่างนี้อีก เพราะทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่น ซึ่งกระแสตรงนี้จะเป็นบทเรียนให้กับฝ่ายการเมืองว่า อย่าคิดแค่การจัดสรรโควตาให้พรรคการเมืองเท่านั้น แต่ต้องคิดถึงประชาชนที่เลือกเข้ามาและเลือกผู้มานั่งกระทรวงเศรษฐกิจให้ตรงปก ไม่ว่าคลัง พาณิชย์ คมนาคม ”นายอิสระกล่าว

Advertisement

นายอิสระกล่าวว่า หลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว อยากให้เร่งเดินหน้านโยบายด้านเศรษฐกิจในทันที โดยเฉพาะเรื่องการแก้หนี้ต่างๆ เนื่องจากเป็นโจทย์ใหญ่ต่อธุรกิจอย่างมาก ไม่ว่าหนี้ในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย โดยจัดหาซอฟต์โลนให้ กลุ่มธุรกิจรายย่อยที่เป็นหนี้ลากยาวจากวิกฤตโควิด กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่มที่ติดเครดิตบูโรที่ชำระหนี้หมดแล้ว ให้ออกจากบัญชีได้ทันที โดยไม่ต้องรอ 2 ปี เพื่อให้สามารถยื่นขอสินเชื่อใหม่และเดินหน้าธุรกิจต่อได้ ซึ่งหากไม่แก้หนี้ก็ทำให้เศรษฐกิจฟื้นยาก

“ส่วนมาตรการระยะสั้น เช่น คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ยังมีความจำเป็นสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรังมานาน ขณะที่เครื่องยนต์หลักในการกระตุ้นก็ดับลง ทั้งการส่งออก การท่องเที่ยว การลงทุน อย่างไรก็ดีรัฐบาลใหม่ก็ต้องเร่งเดินหน้าเจรจาการค้าให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว ทั้งภาษีทรัมป์ หรือข้อตกลงการค้าต่างๆ เช่น เอฟทีเอ รวมถึงเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อกระจายรายได้ ไม่ให้กระจุกตัวเฉพาะ 10 เมืองหลัก เช่น กรุงเทพ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา เป็นต้น”นายอิสระกล่าว

นายอิสระกล่าวว่า อย่างไรก็ดีการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.25% ต่อปี จะส่งผลดีต่อเซนติเมนต์เศรษฐกิจรวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ช่วยลดภาระหนี้ของประชาชนและธุรกิจ แต่จะให้ดีกว่านี้ธนาคารพาณิชย์ก็ต้องขานรับปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงด้วย เพื่อให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย

“ด้านการแก้ปัญหาข้อพิพาทไทยกับกัมพูชา ถือว่ารัฐบาลปัจจุบัน มาถูกทางแล้ว และขอให้รัฐบาลหน้าเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่อไป หากสามารถควบคุมพื้นที่ได้ เชื่อว่าการเจรจาการค้าต่างๆจะตามมา แม้ว่าปัจจุบันจะได้รับผลกระทบอย่างมากในส่วนของการค้าชายแดน ทั้งนี้ในแง่ของภาคธุรกิจก็คาดหวังว่าจะจบโดยเร็ว แต่ความมั่นคงของประเทศก็ต้องมาก่อน”นายอิสระกล่าว

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า เป็นที่สังเกตว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ละพรรคการเมืองไม่ได้เน้นการโฆษณาว่าจะใช้นโยบายประชานิยม แต่เป็นการแข่งขันเสนอคุณภาพของคน โดยเน้นดึงแนวมืออาชีพ นักปฏิบัติ นักวิชาการ เท่าที่จะหากันมาได้ จึงมีแนวโน้มว่าจะได้ส.ส.ที่มีคุณภาพดีขึ้นเข้าสภา ทั้งนี้มีความคาดหวังว่าจะได้รัฐบาลที่ตั้งเป้าหมาย และขอบเขตงานต่างๆก่อน แล้วค่อยวางคนที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่นั้นๆ

สำหรับภารกิจหลักที่รัฐบาลควรต้องเร่งดำเนินการ อาทิ เดินหน้าปราบคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง ออกนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยโครงสร้างภาษี เช่น เก็บภาษีการซื้อคอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติสูงกว่าคนไทย เก็บค่าเทอมนักเรียนต่างชาติที่เข้ามาเรียนในประเทศเพิ่มเป็น 2 เท่า เป็นต้น และกระจายอำนาจเปิดโอกาสให้ต่างจังหวัดทุกภูมิภาค ใช้งบประมาณพัฒนาตนเอง ด้วยการมีซีอีโอจังหวัดขับเคลื่อนการลงทุนและการพัฒนาพื้นที่ เน้นพัฒนาคนและเยาวชนให้มีการศึกษาที่ดี ทั้งสมอง ร่างกายและจิตใจ ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ สู่ธุรกิจสีเขียว