หน้าแรก เศรษฐกิจ ผู้ส่งออกข้าว...

ผู้ส่งออกข้าวไทย เผย 2 เรื่องระทึก รั้งเจรจาขายข้าวแสนตัน ‘จีทูจีไทย-จีน’

20.12.25 | 16:47 น.

ผู้ส่งออกเปิด 2 เรื่องระทึก รั้งเจรจาขายข้าวแสนตัน ‘จีทูจีไทย-จีน’

แหล่งข่าวจากผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของไทย เปิดเผยถึงกรณีการซื้อขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของไทยกับจีน ที่ล่าสุดฝ่ายจีนโดยบริษัท COFCO Corporation ได้ทำหนังสือเสนอซื้อข้าวล็อตแรกปริมาณ 100,000 ตัน มายังกระทรวงพาณิชย์แล้ว โดยกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) อยู่ระหว่างเจรจาตกลงเรื่องราคากับฝ่ายจีน ซึ่งฝ่ายจีนได้เสนอกรอบเวลาการส่งมอบข้าวล็อตแรก 1 แสนตัน ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2568 ถึงมีนาคม 2569 นั้น

โดยทางปฏิบัติแม้การขายข้าวแบบจีทูจี แต่การดำเนินการจัดหาข้าว และส่งมอบ จะดำเนินการผ่านสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย โดยที่ผ่านมาให้สิทธิสมาชิกทุกราย และไม่เกินรายละ 50 ตัน ยกเว้นรายใดสละสิทธิก็จะมอบให้รายอื่นแม้ได้การจัดสรรแล้วก็ตาม ซึ่งถึงขณะนี้บริษัทผู้ส่งออกกำลังติดตามว่าราคาที่ไทยเสนอไปนั้น ทางจีนจะอนุมัติการซื้อหรือไม่

แหล่งข่าว ระบุต่อว่า ประเด็นที่ผู้ส่งออกกังวลต่อการขายข้าวจีทูจีในล็อตแรกนี้ มี 2 เรื่องหลักที่สำคัญ คือ 1. ต้นทุนราคาข้าวไทยปรับสูงขึ้นในช่วงเข้าเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากผู้ส่งออกต้องเร่งซื้อข้าวเพื่อส่งมอบให้กับคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่ประเทศนำเข้าต้องเพิ่มสต๊อกเพื่อขายในช่วงเทศกาลปีใหม่ถึงตรุษจีน ดังนั้น การส่งมอบต้องทำก่อนหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่ จึงทำให้ราคาต้นทุนข้าวในไทย อย่างข้าวขาว 5% ราคาขยับจาก10-11 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) มาอยู่ที่ 12-13 บาทต่อ กก. ซึ่งราคาข้าวที่ปรับขึ้นเฉลี่ยตันละ 1,000 บาท กับเงินบาทแข็งค่าขณะนี้เฉลี่ย 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ราคาส่งออกข้าวไทยเพิ่มอีกประมาณ 30 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่งผลราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทย แตะที่ 430 เหรียญสหรัฐต่อตัน กลายเป็นราคาข้าวไทยเปรียบประเทศคู่แข่งสูงที่สุดอีกครั้ง

อีกเรื่องคือ เงินบาทแข็งค่าเร็วและผันผวน จากเดือนก่อนหน้า 33-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าหลุด 32 บาท ตอนนี้แกว่งระดับ 31.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งทุก 1 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ที่แข็งจะส่งผลต่อราคาส่งออกข้าวไทยสูงขึ้น 15 เหรียญสหรัฐต่อตัน

ทั้งนี้ ยังมีประเด็นประเทศนำเข้าข้าว รวมถึงคนจีน เพิ่มความนิยมบริโภคข้าวขาวพื้นนุ่ม ซึ่งการผลิตในไทยยังมีปริมาณไม่สูงพอที่จะส่งออกได้พร้อมกันในปริมาณที่มาก ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งเข้ามาผลักดันเพิ่มผลผลิตข้าวขาวพื้นนุ่มให้มากขึ้น เพื่อไม่กระทบต่อปริมาณส่งออกข้าวไทยในอนาคต

Advertisement

“จาก 2 เรื่องที่ผู้ส่งออกกังวล จะมีผลต่อราคาส่งออกข้าวไทย สูงขึ้นรวม 45 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทำให้เป็นห่วงว่าการเจรจาราคาขายข้าวจีทูจีให้จีน อาจยกเรื่องราคาข้าวไทยสูงขึ้นมากในช่วงนี้ หากเทียบกับช่วงเจรจาตกลงจะซื้อขายไทยกับจีน ตอนนั้นข้าวขาว 5% ราคายังไม่ถึง 400 เหรียญ และตอนนี้ราคาส่งออกข้าวขาวของประเทศคู่แข่งเฉลี่ย 340-345 เหรียญสหรัฐต่อตัน คงต้องติดตามว่าจีนจะเคาะราคาซื้อที่เท่าไหร่ เรื่องการส่งมอบที่กำหนดกรอบถึงมีนาคม จะเป็นประเด็นรองแล้ว เอกชนเราประเมินแล้วการจะส่งมอบโอกาสไม่ทันปลายปี 2568 ค่อนข้างสูง เพราะบริษัทส่งออกไทยก็เริ่มหยุดและเร่งส่งมอบตามคำสั่งซื้อเมื่อเดือนตุลาคมเรื่อยมาก่อน เรื่องบาทแข็งสำคัญมากต่อการส่งออกใน 3-6 เดือนจากนี้ แข็งมากราคาส่งออกสูง ส่งผลมากไม่แค่ขายข้าวให้จีน แต่กดดันการเจรจาคำสั่งซื้อล่วงหน้าของสินค้าส่งออกทั้งหมด โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตร” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวระบุอีกว่า ภาพรวมปี 2568 มีแนวโน้มเกินเป้าที่ตั้งไว้ 7.5 ล้านตัน เพิ่มเป็น 7.7-7.8 ล้านตัน ดูจากความต้องการข้าวในช่วงไตรมาสสุดท้ายยังมีคำสั่งซื้อและรอส่งมอบสูงกว่าปีก่อน ส่วนคาดการณ์ปี 2569 สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย หารือเบื้องต้นยืนตัวเลข 7.5 ล้านตัน เพราะมีหลายปัจจัยที่น่าห่วง โดยเฉพาะเงินบาทแข็งค่าและผันผวนเร็ว และตลาดโลกรับรู้เรื่องภาษีทรัมป์มาแล้วในปี 2568 ทำให้การสต๊อกเพื่อในปีถัดไปลดลง จะมีผลต่อส่งออกข้าวไทย กับมาในภาวะปกติ หรือปริมาณเฉลี่ย 6 แสนตันต่อเดือน