ธุรกิจโรงแรมยกสู้รบเขมรกดดันท่องเที่ยวหนักสุด ฉุดแรงส่งปี 69 น้อยกว่าเดิม
นายไพศาล สุขเจริญ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) เปิดเผยว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์และถือเป็นความเสี่ยงของการท่องเที่ยวไทย คือข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชา ทำให้บริเวณชายแดนไทยมีการสู้รบกันรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะภาพที่ถูกนำเสนอออกไปสู่สายตาต่างประเทศส่วนใหญ่บอกว่าไทยเกิดการสู้รบขึ้น แต่ไม่ได้บอกว่าเกิดเฉพาะส่วน ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีความกังวลว่ามาเที่ยวไทยจะได้รับผลกระทบหรือไม่ มีความปลอดภัยแน่นอนไหม เมื่อสถานการณ์ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในทางบวก เลิกปะทะและยุติข้อพิพาทระหว่างกันได้ ปัจจัยสู้รบชายแดนไทยก็จะเป็นปัจจัยหลักที่กดดันภาคการท่องเที่ยวไทยทั้งในช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ รวมถึงเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของการท่องเที่ยวในปี 2568 และเศรษฐกิจในภาพรวมด้วย
นายไพศาล กล่าวว่า แรงส่งของการท่องเที่ยวในสิ้นปีนี้น้อยกว่าช่วงเดียวกันของทุกปี เพราะมีปัญหาต่อเนื่อง ทั้งนักท่องเที่ยวหายไป แผ่นดินไหว น้ำท่วมใหญ่ซ้ำทั้งภาคเหนือและภาคใต้ รวมถึงสู้รบชายแดนอีก ทำให้บรรยากาศตึงเครียดไปหมด ยิ่งผนวกกับความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นอีกแล้ว หลังจากรัฐบาลประกาศยุบสภา จากที่เอกขนมีความหวังว่า รัฐบาลชุดนี้กำลังขับเคลื่อนการบริหารจัดการไปได้ดี มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา ทั้งการลดต้นทุนค่าครองชีพ สนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยว หรือราคาพืชผลการเกษตรก็ปรับดีขึ้น ทำให้คนมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น แต่อยู่ๆ ก็ประกาศยุบสภา ทำให้ทุกคนสะดุดเหมือนกันว่าเราจะไปทางไหนดี ซึ่งก็หวังว่าการเลือกตั้งจะทำได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลด้วย เพราะทุกคนเป็นห่วงถึงการเลือกตั้งจะทำได้ทั้งหมดหรือไม่ ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงชายแดนที่ยังไม่จบลง ซึ่งก็กังวลว่าหากเลือกตั้งล่าช้า จัดตั้งรัฐบาลช้า มีผลกระทบต่องบประมาณประจำปีอีก ทุกอย่างจะสะดุดกันไปหมด
“การเลือกตั้งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความกังวลของผู้ประกอบการจนกว่าจะเลือกตั้งแล้วเสร็จและจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างชัดเจน เพราะสิ่งที่เราไม่ชอบมากที่สุดค อ ความไม่แน่นอน ยิ่งความไม่แน่นอนทางการเมืองจะมีผลต่อทิศทางการเดินทางหรือการบริหารประเทศด้วยก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากเข้าไปอีก” นายไพศาล กล่าว
นายไพศาล กล่าวว่า ตอนนี้เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยสูงมาก เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมากๆ ปัญหาที่ผู้ประกอบการได้รับเสียงสะท้อนหรือหนักเข้าก็เป็นการร้องเรียนเข้ามาคือ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเช็กอินโรงแรมมักบ่นว่า มาถึงที่พักได้ช้ามาก เพราะใช้เวลาผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองในสนามบินนานมาก โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิใช้เวลาสองชั่วโมงอย่างต่ำในการผ่านด่านตม. ซึ่งการรองรับตรงนี้ที่ยังไม่พร้อม หน่วยงานไม่มีสามารถรับมือนักท่องเที่ยวจำนวนเยอะๆ ได้ดีมากเท่าที่ควร
นายไพศาล กล่าวว่า เราจะเสียภาพลักษณ์ในอันดับแรกไปทันที เพราะด่านตม.ถือเป็นด่านแรกในการรับคนเข้ามาเที่ยวไทย ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาจำนวน 10 คน พูดถึงเรื่องนี้แล้ว 9 คน ต้องยอมรับว่ามีปัญหาแล้วจริง จึงอยากให้ดึงจุดแข็งในการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเร็วขึ้น เพราะหากเอาไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นที่เป็นคู่แข่ง อาทิ เวียดนาม กระบวนการเร็วกว่า มีความสะดวกมากกว่า ค่าเงินดีกว่า ก็อาจทำให้ครั้งหน้านักท่องเที่ยวตัดสินใจไปเที่ยวที่อื่นแทนได้

