ส.อ.ท.ชี้ กนง.หั่นดอกเบี้ยหนุนธุรกิจ ห่วงบาทแข็งกระทบส่งออกไทย
นายสุรชัย เรืองสุขศิลป์ ประธานอุตสาหกรรมยา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประกาศลดดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จากระดับ 1.50% สู่ 1.25% และในปี 2569 กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในช่วงต้นปี 2569 นับว่าเป็นสัญญาญที่ดีต่อภาคอุตสาหกรรมเอกชน เนื่องจากการลดดอกเบี้ยเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งยังทำให้ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น เป็นส่วนช่วยกระตุ้นให้มีเงินหมุนเวียนภายในประเทศมากขึ้น และทำให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น
นายสุรชัย กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยในระดับโลกและในระดับภูมิภาคมีแนวโน้มลดต่ำลง แต่อัตราดอกเบี้ยของประเทศไทยยังมีส่วนต่างที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศ จึงเป็นการดีที่ทางภาครัฐหรือทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มที่จะประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหล่านี้อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถเชิงการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ภายในประเทศได้ เนื่องจากเมื่อมีภาระค่าใช้จ่ายที่น้อยลง ก็จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีผลในแง่ดีเพิ่มมากขึ้น
“หากธนาคารไม่ปล่อยเงินกู้ให้กับเอสเอ็มอี จะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมเอกชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเอสเอ็มอีอาจขาดสภาพคล่องทางการเงิน และยังมีความจำเป็นต้องพึ่งพาเงินทุนหมุนเวียนจากธนาคาร ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่อยากให้ภาครัฐมีกระบวนการในการค้ำประกันให้กับเอสเอ็มอี เพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถที่จะขอกู้และเบิกจ่ายเงินทุนจากธนาคาร เพื่อให้สามารถหมุนเวียน หรือผ่านช่วงวิกฤตในช่วง 1-2 ปีข้างหน้านี้ไปได้” นายสุรชัย กล่าว
นายสุรชัย กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. ยังแสดงความกังวลต่อทิศทางการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้นแล้วกว่า 8% เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก คาดว่าจะส่งผลต่อความสามารถเชิงการแข่งขันระหว่างประเทศ ยิ่งค่าเงินของประเทศไทยแข็งค่าขึ้น ก็เท่ากับว่าสินค้าของเราแพงกว่าคู่แข่ง แต่คาดว่าภาครัฐจะสามารถเข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะประเด็นการเก็งกำไรจากนักลงทุนในตลาดทองคำ หากสามารถจัดการปัญหาดังกล่าวได้ ค่าเงินบาทก็มีโอกาสกลับเข้าสู่ระดับที่เหมาะสม และช่วยให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในตลาดภูมิภาคได้ดีขึ้นในระยะต่อไป

