ภายหลังจากการยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และเข้าสู่ช่วงรัฐบาลรักษาการ ส่งผลให้ภาคเอกชนหลายฝ่ายแสดงความห่วงใยต่อความเข้มข้นในการขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะนโยบายทางเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องใช้มาตรการกระตุ้นและการพยุงระบบเศรษฐกิจ
อีกทั้งยังเกิดการตั้งคำถามต่อข้าราชการประจำ ว่ามักจะ “ปล่อยเกียร์ว่างหรือผ่อนคันเร่ง” ในการทำงานลง เนื่องจากต้องรอจับตาดูสถานการณ์และท่าทีว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลชุดหน้า ทำให้มาตรฐานการทำงานของข้าราชการประจำลดลงนั้น
มติชน สัมภาษณ์ พรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้รับคำยืนยันว่า บุคลากรของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ภายใต้การนำของนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ล้วนเป็นข้าราชการมืออาชีพ มุ่งเน้นการให้บริการประชาชน มุ่งมั่นที่จะส่งเสริม สนับสนุนและผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้มีศักยภาพที่สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเติบโตพร้อมกับชุมชนโดยรอบที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมในทุกสถานการณ์
“เพราะเรื่องของประชาชนและภาคการผลิตไทยเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ ยืนยันไม่มีเกียร์ว่าง มีแต่เดินหน้า ใส่ ‘เกียร์ G’ เร่งแซงเกียร์ D ชูโมเดล Growth-Green-Good Governance ดันธุรกิจอุตสาหกรรมไทยเติบโตและอยู่ร่วมกับสังคมอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว” อธิบดีพรยศระบุ
พร้อมขยายความรายละเอียดของโมเดลดังกล่าวว่า จุดเริ่มต้นการขับเคลื่อน กรอ. ผ่านแนวคิด Growth-Green-Good Governance มาจากสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับคลื่นแห่งความผันผวนที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ปัญหาความไม่สงบตามแนวชายแดน สงครามการค้า การขึ้นภาษีนำเข้า การสวมสิทธิสินค้า การรุกคืบของทุนเทา รวมถึงปัญหาสแกมเมอร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกมิติ ตั้งแต่เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยจึงต้องปรับตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่มาแรงในทุกด้าน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
กรอ.จึงได้กำหนดทิศทางและวางโมเดลการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ โดยการเปลี่ยนผ่านการทำธุรกิจอุตสาหกรรมในรูปแบบเดิมให้ไปสู่อุตสาหกรรมศักยภาพสูง ควบคู่ไปกับการดูแลสังคม โดยการส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน สังคม และสถานประกอบการในพื้นที่ สู่การอยู่ร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบ ผลักดันการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยกลไกการกำกับดูแลที่ทรงประสิทธิภาพ และการส่งเสริมยกระดับสถานประกอบการด้วยแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ มู่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ตอบโจทย์ไทยและประชาคมโลก ให้เกิดการกระจายรายได้ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน พัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย
⦁Growth ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันธุรกิจอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
กรอ.มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ภาคการผลิตของประเทศสามารถเติบโตได้อย่างสมดุล มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน โฟกัสไปที่การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพพื้นฐานของประเทศ โดยการนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันธุรกิจอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ก่อให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพ มูลค่าและมาตรฐาน รวมถึงพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็งและแข่งขันได้ในเวทีโลก ซึ่งสามารถทำได้โดยการพัฒนาปัจจัยสนับสนุนทั้งในด้านกฎหมายและกฎระเบียบ การอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรม พร้อมทั้งพัฒนาและนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ควบคู่กับการส่งเสริมการรวมกลุ่มคลัสเตอร์และการบูรณาการเชิงนโยบายและแผนงานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อเอื้อให้เกิดการลงทุนและลดอุปสรรคในการทำธุรกิจอุตสาหกรรมให้ได้มากที่สุด
⦁Green กำกับดูแลและส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมด้วยแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว
“ผู้ประกอบการสีเขียว ผู้ประกอบการที่ดี ต้องมีต้นทุนการประกอบการที่ถูกกว่าผู้ที่ทำผิดกฎหมาย” คือเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่า Pain Point สำคัญของภาคการผลิตไทยคือผู้ประกอบการที่ดีสูญเสียพื้นที่ในตลาดที่เป็นธรรม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสูญเสียศักยภาพในการแข่งขันจากกลุ่มทุนเทาและอุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ กรอ.จึงปฏิรูปทั้งระบบ ปรับกลไกการออกใบอนุญาตและการตรวจสอบโรงงานอย่างเข้มข้น เพิ่มแต้มต่อ ถ่างช่องว่าง อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการดีหรือผู้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมสีเขียวในทุกช่องทาง พร้อมการสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชนและภาคเอกชนที่ครอบคลุมในทุกมิติ ไม่ว่าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้มีการปรับเปลี่ยนและปรับปรุงกระบวนการผลิตไปสู่อุตสาหกรรม สีเขียว พร้อมขยายผลการพัฒนาไปสู่การยกระดับเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อการบรรลุเป้าหมายเชิงต้นทุนการประกอบการดังกล่าวและมุ่งสู่เป้าหมายการสร้างอนาคตอุตสาหกรรมสีเขียวของไทยให้เติบโตได้อย่างสมดุลตามเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ต่อไป
ในส่วนของการกำกับดูแลสถานประกอบการจะมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการยกระดับการกำกับดูแลการประกอบกิจการโรงงานที่ทันสมัย นำระบบ IoT (Internet of Things) มาใช้ในการตรวจสอบและควบคุมกระบวนการผลิตอย่างแม่นยำ เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบทะเบียนลูกค้ากระทรวงอุตสาหกรรม หรือ i-industry ที่มีการจัดทำทะเบียนประวัติการประกอบกิจการ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงประวัติและสถานะของโรงงานได้ ซึ่ง กรอ.จะใช้ระบบ AI (Artificial Intelligence) และ ML (Machine learning) ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า
ประกอบกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการอนุมัติอนุญาตโดยการนำ AI เข้ามาช่วยในการพิจารณาเพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือ GIS (Geographic Information System) จัดโซนพื้นที่ (Zoning) เพื่อการเฝ้าระวังควบคู่กับการพัฒนาระบบติดตามการขนส่งกากอุตสาหกรรมและของเสียสารเคมีอันตราย (GPS Tracking System) และระบบการแจ้งเตือนเหตุการณ์ที่ผิดปกติหรือสถานการณ์ฉุกเฉินตลอดการขนส่ง เพื่อให้สามารถติดตามเหตุการณ์และควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ยกระดับความปลอดภัย ป้องปรามการกระทำผิดกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบโรงงาน
⦁Good Governance เพิ่มขีดความสามารถขององค์กรและบุคลากร
สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการยกเครื่องเปลี่ยนแปลงระบบการทำงาน คือ การยกระดับขีดความสามารถในการให้บริการขององค์กรโดยการเปลี่ยนผ่าน กรอ.ไปสู่องค์กรดิจิทัลที่มีความทันสมัยอย่างเต็มรูปแบบ มีการยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลของหน่วยงานให้มีความปลอดภัยและสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ จะมีการพัฒนาบุคลากรของ กรอ.ให้มีทักษะดิจิทัลที่ทันสมัยเพิ่มขึ้น มีความพร้อมรองรับเทคโนโลยีการทำงานรูปแบบใหม่ๆ และปรับเปลี่ยนบทบาทเจ้าหน้าที่ของ กรอ. จากหน่วยงานตรวจสอบกำกับโรงงาน (Regulator) ไปสู่บทบาทของผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) เพื่อให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงการรับบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance)
“Growth-Green-Good Governance จะเป็นโมเดลเรือธงในการกำหนดทิศทางการทำงานของกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อผลักดันให้ภาคการผลิตไทยปรับเปลี่ยนสู่วิถีใหม่ ยกระดับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่คำนึงถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อม สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เทคโนโลยี ข้อตกลงและกติกาใหม่ของโลกได้อย่างยั่งยืน” อธิบดีพรยศทิ้งท้าย

