สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดผลสำรวจสถานการณ์ธุรกิจเอสเอ็มอีไทยปี 2568
โดยวิเคราะห์จากการเติบโตของกำไรขั้นต้นเฉลี่ยและจัดกลุ่มจากลักษณะของกิจกรรมภายในอุตสาหกรรมเดียวกัน พบว่า
กลุ่มธุรกิจปี 2568 ที่มีกำไรขั้นต้นเฉลี่ยเติบโตเกินกว่า 100% ประกอบด้วย
1.กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ กำไรขั้นต้นเพิ่ม 500% จากการขยายตัวการค้าออนไลน์และพฤติกรรมผู้บริโภคพึ่งบริการขนส่งมากขึ้น
2.กลุ่มธุรกิจ การออกแบบ Artwork กำไรขั้นต้นเพิ่ม 430% เกี่ยวข้องกับการออกแบบสินค้า บริการ
3.กลุ่มธุรกิจ อาหารจากสัตว์น้ำ กำไรขั้นต้นเพิ่ม 721% เพื่อส่งออกและบริโภคภายในประเทศ
4.กลุ่มธุรกิจ เฟอร์นิเจอร์โลหะ กำไรขั้นต้นเพิ่ม 110% ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนไปใช้สินค้าเพื่อความคงทนและคุ้มค่ามากขึ้น
5.กลุ่มธุรกิจ วิดีโอเกมและซอฟต์แวร์ กำไรขั้นต้นเพิ่ม 191% เติบโตสอดคล้องไลฟ์สไตล์คนยุคปัจจุบัน
6.กลุ่มธุรกิจ เครื่องจักร อุปกรณ์ และเครื่องใช้ทางการเกษตร กำไรขั้นต้นเพิ่ม 832% เติบโตจากการปรับตัวสู่เกษตรกรรมยุคใหม่จากสังคมสูงวัย
7.กลุ่มธุรกิจ การดูแลผู้สูงอายุ กำไรขั้นต้นเพิ่ม 241% เติบโตจากการที่ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ
ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่มีกำไรขั้นต้นหดตัวเฉลี่ยมากกว่า 50% ประกอบด้วย
1.การขายเครื่องสำอาง กำไรขั้นหดตัว 50% ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันทางการค้าและสงครามราคา
2.การขายรถยนต์มือสอง กำไรขั้นต้นหดตัว 50% ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
3.ผลิตภัณฑ์ยาง กำไรขั้นหดตัว 76% ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันสูงโดยเฉพาะสินค้านำเข้า
4.ที่พักอาศัยนักเรียน/นักศึกษา กำไรขั้นหดตัว 165% ผลพ่วงหลังโควิดที่ทำให้การเรียนมีรูปแบบ hybrid จึงส่งผลความต้องการที่พักที่ทันสมัยและอิสระมากขึ้น
จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้คาดการณ์จีดีพีเอสเอ็มอีปี 2568 จะขยายตัว 2.5%
ส่วนปี 2569 คาดจะขยายตัว 2.0-2.8% ปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออก การกระตุ้นการใช้จ่าย การท่องเที่ยว และเงินเฟ้อต่ำ แต่มีปัจจัยเสี่ยง คือ หนี้ครัวเรือน สินค้าทะลักจากต่างประเทศ ภัยธรรมชาติ และเหตุการณ์การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา
ปิยะวรรณ ผลเจริญ

