กรมราง คุมเข้ม รถไฟฟ้าแก้ขัดข้องรับเคาต์ดาวน์ปีใหม่ 2569-เปิดสถิติรฟฟ.ขัดข้อง ต.ค.-พ.ย.68 24 ครั้ง
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับและบริหารจัดการระบบขนส่งทางราง ครั้งที่ 5/2568 ร่วมกับหน่วยงานผู้ให้บริการระบบราง เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาเหตุขัดข้องของรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ควบคู่การเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางช่วงกิจกรรม Countdown ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 พร้อมผลักดันให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น
นายพิเชฐ กล่าวว่า ที่ประชุมรายงานสถิติเหตุขัดข้องรถไฟฟ้าในช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2568 รวม 24 ครั้ง แยกเป็น ระบบขับเคลื่อน 6 ครั้ง ระบบเบรก 1 ครั้ง ระบบประตูรถ 1 ครั้ง ระบบจ่ายไฟฟ้า 2 ครั้ง จุดสับราง 5 ครั้ง เครื่องนับเพลา 2 ครั้ง ระบบอาณัติสัญญาณ 3 ครั้ง ปัจจัยภายนอก 2 ครั้ง ระบบ ATP 1 ครั้ง และเหตุอื่น ๆ 1 ครั้ง โดย ขร. เสนอให้ผู้ให้บริการเพิ่มมาตรการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน พร้อมร่วมกำหนดแนวทางป้องกันเพื่อลดจำนวนเหตุขัดข้องในอนาคต
นายพิเชฐ กล่าวว่า พร้อมกันนี้ ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเหตุล้อประคองรถไฟฟ้าโมโนเรลหลุดร่วง ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว–สำโรง) และสายสีชมพู (แคราย–มีนบุรี) โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมกับบริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (EBM) และบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ได้เปลี่ยนล้อประคองแล้ว สายสีชมพู 11 ขบวน และสายสีเหลือง 11 ขบวน

นายพิเชฐ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังเร่งแก้ปัญหารางนำไฟฟ้า (conductor rail) หลุดร่วง ด้วยการเพิ่มความถี่ตรวจสอบ ติดตั้งอุปกรณ์ลดแรงกระแทกของขารับกระแสไฟฟ้ากับปลายรางจ่ายไฟฟ้า และติดตั้งอุปกรณ์ยึดรางจ่ายไฟฟ้าทุกระยะ 60 เมตร เพื่อจำกัดขอบเขตความเสียหาย โดยได้ติดตั้ง conductor rail เพื่อเปิดเดินรถเต็มรูปแบบแล้ว ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2568
นายพิเชฐ กล่าวว่า ที่ประชุมยังรับทราบมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เห็นชอบมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน สำหรับรถไฟชานเมืองสายสีแดง (สายนครวิถี กรุงเทพอภิวัฒน์–ตลิ่งชัน และสายธานีรัถยา กรุงเทพอภิวัฒน์–รังสิต) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ของ รฟม. ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าเดินทางและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยผลเบื้องต้นพบผู้ใช้บัตร EMV เฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 10,377 คน-เที่ยว จากเดิม 14,085 เป็น 24,462 คน-เที่ยว หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 73.68 (เปรียบเทียบช่วง 1–31 ธ.ค. 2567 กับ 1–15 ธ.ค. 2568)
นายพิเชฐ กล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมช่วงเคานต์ดาวน์ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 – 1 มกราคม 2569 คาดมีผู้ใช้บริการหนาแน่นบริเวณสถานีใกล้จุดจัดงาน อาทิ รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม ชิดลม พร้อมพงษ์ สะพานตากสิน และกรุงธนบุรี รถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีเจริญนครและกรุงธนบุรี รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีลุมพินี รวมถึงสถานีเชื่อมต่อ (Interchange) และจุด Park and Ride
นายพิเชฐ กล่าวว่า ที่ประชุมกำหนดแนวทางบริหารจัดการความหนาแน่น เพิ่มเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์ เพิ่มจุดขายบัตร ปรับทิศทางประตูจัดเก็บค่าโดยสาร ทำมาตรการ Crowd Control ภายในสถานี และเพิ่มความถี่ขบวนในช่วงพีค เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 รถไฟฟ้าทุกเส้นทางจะขยายเวลาให้บริการถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2569
นายพิเชฐ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ผู้ให้บริการประสานผู้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์จุดจอดรถตามสถานี และขอความร่วมมือยกเว้นค่าบริการจอดรถอาคารและลานจอดแล้วจร ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 – 1 มกราคม 2569 เพื่อส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบราง พร้อมกำชับให้ดำเนินการตามแผนอย่างเคร่งครัด โดยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ขร. จะลงพื้นที่ตรวจสอบการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ต่อไป


