หน้าแรก เศรษฐกิจ ททท.ปักธงปี&#...

ททท.ปักธงปี’69 ฟื้น นทท.จีนทวงแชมป์ที่ 1 เที่ยวไทย หลังสัญญาณปีใหม่โตดี

24.12.25 | 07:39 น.

ททท.ปักธงปี’69 ฟื้น นทท.จีนทวงแชมป์ที่ 1 เที่ยวไทย หลังสัญญาณปีใหม่โตดี

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม น.ส.ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวจีนในปี 2569 นี้ ททท.ตั้งเป้าหมายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนให้ฟื้นตัวเข้ามาเที่ยวไทยเป็นอันดับ 1 อีกครั้ง หลังจากปี 2566 ก่อนโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยแตะ 11 ล้านคน ซึ่งคาดว่าทั้งปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวไทยเป็นอันดับที่ 2 ลดลง 33% เทียบกับข่วงที่ลดลงลึกถึง 40% แต่ขณะนี้ใกล้ปีใหม่แล้ว เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นหลังจากจีนและญี่ปุ่นเกิดปัญหาทางการเมืองทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเปลี่ยนจุดหมายปลายทางมาไทยแทน สะท้อนจากตัวเลขในเดือนธันวาคมนี้ ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 8,000-9,000 คนต่อวัน เป็น 12,000-14,000 คนต่อวัน รองจากมาเลเซียที่ตอนนี้เข้ามาเที่ยวไทยมากเป็นอันดับ 1 ซึ่งสลับกับจีนมาตลอดทั้งปี

“เพื่อกระตุ้นตลาดจีนให้กลับมาดีอย่างต่อเนื่อง ททท.วางแผนจะใช้กลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจจัดการปัญหาสแกมเมอร์ที่เป็นความกังวลของนักท่องเที่ยวจีน และเพิ่มโครงการทรัสต์เต็ด ไทยแลนด์ มีการใช้แอพพลิเคชั่นดูแลความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจตลอดเส้นทางการเดินทาง พร้อมกับเพิ่มคุณค่าสินค้าและบริการเพื่อยืนยันว่าราคาสินค้าในไทยมีความคุ้มค่า ผ่านการสื่อสารที่จะทำงานร่วมกับเคโอแอล สาธิตการใช้จ่ายเงินในไทย อาทิ เงิน 1,000 หยวน ซื้ออะไรได้บ้าง รวมไปถึงการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวเมืองรองและเส้นทางใหม่ๆ อาทิ โปรโมคทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี ให้แก่ตลาดจีนที่มีพฤติกรรมชอบถ่ายภาพ ที่ถือเป็นโครงการสำคัญช่วงตรุษจีน” น.ส.ภัทรอนงค์กล่าว

น.ส.ภัทรอนงค์กล่าวว่า สำหรับตลาดอื่นในเอเชียยังคงตลาดที่มีความสำคัญ ตลาดระยะใกล้มีความสำคัญในสัดส่วนการท่องเที่ยว ขณะที่ประเทศอื่น อาทิ เกาหลีใต้ ลดลง 16.3% ฮ่องกง ลดลง 26.8 % ไต้หวันลดลง 9.6% มองโกเลีย เพิ่มขึ้น 19.9% ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 4.2% หรือประมาณ 1.1 ล้านคน อินเดีย เพิ่มขึ้น 18% และออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 5.5% ส่งผลให้ในภาพรวมตลาดระยะใกล้ ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปีนี้มีหลายปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวไม่สามารถฟื้นตัวได้ตามที่คาดการณ์ ทั้งปัญหาหลักๆ จากภาพลักษณ์ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในไทย อัตราแลกเปลี่ยนที่ทำให้รู้สึกว่าสินค้าไทยราคาแพง และความรู้สึกว่าแหล่งท่องเที่ยวไทยในสายตานักท่องเที่ยวเริ่มเก่าแล้ว เทียบกับหลายประเทศคู่แข่งที่มีความสดใหม่มากกว่า