เจ้าร้านอาหารโอด สัญญาณก่อนปีใหม่ยอดเงียบ ส.ภัตตาคารเล็งขายไอเดีย พรรคการเมืองชูอาหารไทยปั๊มศก-ดึงนทท.
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยถึงบรรยากาศใช้จ่ายร้านอาหารว่า ขณะนี้การใช้จ่ายและการรับประทานอาหารนอกบ้านตามร้านอาหารและภัตตาคารค่อนข้างเงียบหงอย และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ส่งสัญญาณการเข้าร้านอาหารช่วงคริสมาสตร์และฉลองปีใหม่ 2569 มองว่าค่อนข้างเงียบเหงา และพื้นที่ที่ขายได้ยอดขายขยับได้10-20% เท่านั้น ต่างจากบรรยากาศปีใหม่ยอดขายจะสูงกว่าปกติ 40-50% อาจเพราะขณะนี้ไทยเจอหลายเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่ออารมณ์ผู้บริโภค ได้แก่ เหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ สงครามการค้าระดับโลก การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และความไม่มั่นใจต่อรายได้และการมีงานทำในอนาคต สะท้อนจากจำนวนคนเข้าร้านอาหารและภัตตาคารลดลงต่อเนื่อง แม้กลุ่มใช้จ่ายก็ใช้ลดลง สะท้อนความระมัดระวังการใช้จ่ายของภาคประชาชนสูงกว่าปกติ
“ปกติเดือนธันวาคม จะเห็นยอดจองเพื่อจัดกิจกรรมพบปะของกลุ่มคนในครอบครัวหรือองค์กร แต่ปีนี้ยังเงียบจนจะถึงเทศกาลคริสมาสต์แล้ว สัญญาณจะจัดงานเลี้ยง งานฉลอง เงียบมาก จากที่เช็คสมาชิกสมาคม เกือบทุกภาคยกเว้นภาคเหนือ ระบุว่ายอดจองยอดขายเงียบ เดิมนั้นหวังคนละครึ่งเฟสสอง จะเข้ามาช่วยช่วงปีใหม่ ก็ไม่มีแล้ว บรรยากาศซื้อขายที่ดูจะดีขึ้นก็เงียบลงทันที การตกแต่งสีสันหรือประดับไฟเห็นแค่ไม่กี่จุดใหญ่ที่จะจัดงานเท่านั้น ดังนั้นปี2568 ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารน่าจะติดลบหรือบวกได้ต่ำ 1-2%” นางฐนิวรรณ กล่าวและว่าจากเดิมมองว่าปี 2568 คาดธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม มีมูลค่ารวม 646,000 ล้านบาท เติบโต 2.8% จากปี 2567
นางฐนิวรรณกล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร ในปี 2569 จะมีการเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่องเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เคยเปิดให้บริการในภาคอีสาน หลังจากมีเหตุการณ์ปะทะไทย-กัมพูชา บางส่วนต้องปิดร้าน ก็เริ่มหาทำเลใหม่ในภาคกลางและกรุงเทพฯ ส่วนที่ต้องจับตามองคือ ธุรกิจเมืองรอง และจังหวัดที่ติดชายแดนกัมพูชา จะทำให้คนลงทุนใหม่ๆ ลดลง และย้ายที่ทำกินมากขึ้น สำหรับสมาคมฯเพื่อลดภาระและเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการร้านอาหาร จะเร่งทำโรดแมปและแผนโปรโมท “ข้าวแกง” เป็นส่งเสริมการรู้จักเมนูแกงแบบไทยๆ เป็นการต่อยอดจากจัดประกวดข้าวแกง ซึ่งคัดเลือกมาแล้ว 5 เมนู คือ ไข่พะโล้ แกงพะแนง แกงเขียวหวาน ต้มข่าไก่ และ น้ำพรักปลาทู โดยอิงเรื่องอาหารไทยจัดเป็นสำรับที่มีเมนูที่หลากหลาย
“หลังจากภาครัฐนำไปเผยแพร่ ได้รับติดมาจากเจ้าของธุรกิจในจีน 2-3 มณฑล สหรัฐ ญี่ปุ่น เยอรมัน สนใจนำไปเพิ่มเป็นเมนูขายในเมืองของเขา ซึ่งปี 2569 สมาคมจะนำโรดแมปข้าวแกงไปคุยกับพรรคการเมือง เพื่อให้เกิดการผลักดันเรื่องอาหารไทยสู่โลก และสร้างความหลายกลายเมนูแกงเพื่อให้ลงบันทึกในกินเนสส์บุ๊ก ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นไม่แค่ผู้ทำอาหาร แต่ร่วมถึงวัตถุดิบ การเกษตร การท่องเที่ยว และการส่งออก ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลักดันโครงการคนละครึ่งต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการที่กระตุ้นใช้จ่ายและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กอย่างแท้จริง” นางฐนิวรรณกล่าว
น.ส.ประภัสสร รังสิโรจน์ นายกสมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด กล่าวว่า ยอมรับว่าบรรยากาศเข้ามาใช้บริการร้านอาหารโดยรวมค่อนข้างเงียบกว่าที่คาดการณ์ไว้ ผู้ประกอบการเรียกว่าเป็นภาวะอึดอัด แต่ยังเชื่อว่าความคึกคักใใช้จ่ายและบริโภคจะดีในสัปดาห์สุดท้ายของปี แต่โดยรวมปีใหม่นี้แม้ดีกว่าก่อนหน้าแต่ยอดขายก็หายไปกว่าครึ่งเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะยังมองว่าเงินในกระเป๋าคนไทยน้อยลงมากๆ จึงเป็นประเด็นที่รัฐบาลควรเร่งกระตุ้นและเพิ่มเงินเข้าระบบการค้า

