หน้าแรก เศรษฐกิจ กนอ. หวังรบ.ใ...

กนอ. หวังรบ.ใหม่มีเสถียรภาพ เพิ่มเชื่อมั่นลงทุนไทยปี 69 ลุยยอดขาย 12,000ไร่

24.12.25 | 15:27 น.

กนอ. หวังรบ.ใหม่มีเสถียรภาพ เพิ่มเชื่อมั่นลงทุนไทย ปี 69 มุ่งสู่ “Green & Digital” เต็มสูบ ดันยอดขาย 12,000ไร่

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์การลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของไทยปี 2569 ว่า การลงทุนไทยปี 2569 ปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนคือ การเลือกตั้งเพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่มีเสถียรภาพและมีอายุการทำงานเหมาะสม เพื่อให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติที่กำลังต้องการย้ายฐานการผลิตเข้ามาประเทศไทย สามารถวางแผนการลงทุนได้ตามเวลาเหมาะ นอกจากนี้การมีรัฐบาลจะทำให้นโยบายด้านการลงทุนมีความชัดเจน ทำให้กฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ได้รับการดูแล ปรับแก้ไขเข้ากับสถานการณ์

“ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลที่มีอายุ4เดือน แม้จะมีความตั้งใจแต่ด้วยเงื่อนเวลาที่สั้นทำให้นักลงทุนรายใหม่ที่ยังไม่ตัดสินใจรอดูความชัดเจน”นายสุเมธกล่าว

นายสุเมธ กล่าวว่า ปี 2569 กนอ.ตั้งเป้าหมายยอดขาย/เช่าที่ดินไว้ที่ 12,000 ไร่ หลังจากปีนี้อยู่ที่ 8,000 ไร่ หากได้รัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพเชื่อว่าจะส่งผลบวกยอดขาย/เช่าแน่นอน ขณะเดียวกันกนอ.จะเดินหน้ายุทธศาสตร์มุ่งสู่การเป็น “Green & Digital Innovation” ปรับบทบาทจากผู้พัฒนาที่ดินสู่การเป็น“ผู้สร้างสรรค์ระบบนิเวศอุตสาหกรรมและนักลงทุนเชิงกลยุทธ์” (Strategic Investor) มุ่งเน้น 2 แกนหลัก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่

Advertisement
  1. การมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) ตั้งเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 และเตรียมร่วมมือกับธนาคารโลก (World Bank) และกระทรวงการคลัง ดำเนินโครงการนำร่องในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และแหลมฉบัง ด้วยงบลงทุนกว่า 3,400 ล้านบาท เพื่อติดตั้งระบบพลังงานสะอาด ทั้งโซลาร์ลอยน้ำและโซลาร์รูฟท็อป รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 91,250 ตันต่อปี และสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตให้กับองค์กร
  2. พลิกโฉมสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation) โดยการพัฒนาระบบการเงินแบบ Cashless เต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการชำระเงินดิจิทัลทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking หรือ QR Payment เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ เพิ่มความโปร่งใส และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลระดับสากล โดยคาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ภายในปี 2569

นอกจากนี้ กนอ.ยังเตรียมผนึกกำลังพันธมิตร หนุน SMEs เข้าสู่ Supply Chain ระดับโลก ผ่านแนวทาง “Quick Big Win” ล่าสุดจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับบริษัทชั้นนำระดับโลก อาทิ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ Supply Chain ไทย และผลักดันให้เกิดการใช้ Local Content ภายในประเทศมากขึ้น รวมถึงการเตรียมจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อ SMEs โดยเฉพาะ ซึ่งจะมีราคาที่ดินถูกกว่านิคมทั่วไป และมีเครื่องมือสนับสนุนให้ธุรกิจแข่งขันได้ เพื่อเป็นพื้นที่ให้บริการและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยอย่างครบวงจร

นอกจากนี้ความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐานหลักเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) งานถมทะเลและระบบสาธารณูปโภค มีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 93.68 ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ โดย กนอ. กำลังเร่งดำเนินการในขั้นตอนการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในระยะที่ 2 เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือสินค้าเหลวและคลังสินค้า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เช่นเดียวกับ นิคมอุตสาหกรรม Smart Park ที่มีความคืบหน้าการก่อสร้างร้อยละ 93.68 พร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2568 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (New S-Curve) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กนอ. มีเม็ดเงินลงทุนสะสมรวมกว่า 15.32 ล้านล้านบาท และมีการจ้างงานในระบบกว่า 1 ล้านคน เชื่อมั่นว่าจากนโยบายและแผนการต่างๆ จะทำให้อุตสาหกรรมไทยพลิกโฉมเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จากปัจจุบัน ได้นักลงทุนคุณภาพ เทคโนโลยีสูงขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล ลดคาร์บอน เพื่อดันไทยเป็นฐานผลิตอุตสาหกรรมสำคัญของโลก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแท้จริง