“เงินบาทกลับมาอ่อนค่าปลายสัปดาห์ ขณะที่ หุ้นไทยขยับขึ้นได้เล็กน้อย แม้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลอดสัปดาห์”
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ โดยเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นในช่วงแรก สอดคล้องกับสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ก่อนจะทยอยลดช่วงบวกลง และอ่อนค่ากลับมาทดสอบระดับ 34.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ สอดคล้องกับแรงขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ การอ่อนค่าของสกุลเงินเอเชียและราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ เอง ก็มีแรงหนุนจากกระแสการคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม FOMC เดือนมิ.ย. นี้
สำหรับในวันศุกร์ (5 พ.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 34.66 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับ 34.58 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (28 เม.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (8-12 พ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 34.45-34.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของนักลงทุนในช่วงต้นสัปดาห์น่าจะอยู่ที่การตอบรับของตลาดต่อตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ และผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสองของฝรั่งเศส ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนเม.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนพ.ค. นอกจากนี้ ตลาดน่าจะมีจุดสนใจเพิ่มเติมในระหว่างสัปดาห์ที่ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ และตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเม.ย. ของจีน
ส่วนตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนสถาบัน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,569.02 จุด เพิ่มขึ้น 0.17% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 12.96% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 35,871.60 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 584.63 จุด เพิ่มขึ้น 1.24% จากสัปดาห์ก่อน
ดัชนี SET ปรับลดลงในวันอังคารตามแรงขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน ก่อนจะกลับมาทรงตัวในกรอบแคบๆ ในช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนรอติดตามผลการประชุมและสัญญาณที่บ่งชี้จังหวะการปรับขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากเฟด จากนั้น ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นได้อีกครั้งในวันพฤหัสบดีจากแรงซื้อของนักลงทุนสถาบัน ประกอบกับเฟดยังคงส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอย่างระมัดระวัง แต่กระนั้น แรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ยังคงเป็นปัจจัยที่จำกัดกรอบการปรับขึ้นของหุ้นไทยในช่วงปลายสัปดาห์
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (8-12 พ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,555 และ 1,535 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,575 และ 1,585 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และปัจจัยการเมืองในยุโรป หลังการเลือกตั้งในฝรั่งเศส ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก และดัชนีราคาผู้บริโภค ส่วนปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ เครื่องชี้ภาคการผลิตในยูโรโซน และตัวเลขเศรษฐกิจจีน

